พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าในขณะนี้กระทรวงเกษตรฯอยู่ระหว่างการหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ถึงการปรับลดภาระหนี้สินให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้ 12 จังหวัด เบื้องต้น ธ.ก.ส. รายงานว่ามีเกษตรกรเป็นหนี้อยู่รวม 1.6 แสนล้านบาท จำนวน 4.44 แสนคน คาดว่าในจำนวนนี้จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประมาณ 50% ทั้งนี้การช่วยเหลือดังกล่าวมีความเป็นไปได้ที่จะขยายระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป หรือจะหยุดการชำระหนี้เป็นการชั่วคราว ซึ่ง ธ.ก.ส.จะพิจารณาและกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม คาดว่าแผนการช่วยเหลือนี้จะแล้วเสร็จและเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาได้ภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้
“การช่วยเหลือจะต้องใช้งบประมาณจากรัฐในการสนับสนุน ดังนั้นแผนการทั้งหมดต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณด้วย ซึ่งในเบื้องต้น ธ.ก.ส. มีแผนที่จะดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อวัตถุประสงค์มีความสอดคล้องกับกระทรวงเกษตรฯ ทำให้การดำเนินงานง่ายขึ้น ซึ่งกระทรวงเกษตรฯร่วมกับธ.ก.ส.จะสำรวจเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบต่อไป”พล.อ. ฉัตรชัย กล่าว
พล.อ. ฉัตรชัย กล่าวว่า ในการฟื้นฟูและเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ มีทั้งสิ้น 17 โครงการ วงเงินรวม 2,514.77 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการประกอบด้วย 1.การบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น โดยใช้น้ำหมักชีวภาพ 1.66 ล้านลิตร วงเงิน 21.59 ล้านบาท 2.การจ้างงานชลประทาน 1.47 ล้านคน 336.12 ล้านบาท 3. โครงการฝึกอบรม การซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดเล็ก 5,000 คน 10 ล้านบาท 4.คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ พืช ปศุสัตว์ ประมง 500,000 ราย ใช้งบปกติ 5.โครงการฟื้นฟูพื้นที่เกษตร โดยการปรับปรุงบำรุงดิน 1.47 ล้านไร่ 142.60 ล้านบาท 6.โครงการฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร 520,000 ไร่ 191.25 ล้านบาท
7.โครงการฟื้นฟูเกษตรกรปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม 6,000 ต้น 9.6 แสนบาท 8.โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้านปศุสัตว์ระยะเร่งด่วน ด้านอาหารสำเร็จรูป เวชภัณฑ์เพื่อฟื้นฟูสุขภาพเสบียงสัตว์ 48.70 ล้านบาท 9.โครงการธนาคารโคกระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ 1,500 ตัว 7.5 แสนบาท 10.โครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยด้านประมง 3,500 ราย 353.48 ล้านบาท 11.ช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรครัวเรือนละ 3,000 บาท จำนวน 508,062 ราย ใช้งบกลาง 12.การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ
13.การช่วยเหลือตามระเบียบกองทุนพัฒนายางพารา เป็นทุนปลูกแทนไร่ละ 16,000 บาทต่อไร่ กรณีที่เสียหายอย่างสิ้นเชิง 14.การให้ความช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ ขยายเวลาการชำระหนี้ 6 เดือน โดยรัฐชดเชยอัตราดอกเบี้ย3 % 376,129 ราย 451.35 ล้านบาท 15.การให้ความช่วยเหลือลุกหนี้กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนที่ประสบภัย โดยงดคิดดอกเบี้ยเป็นเวลา 1 ปี ให้ปีถัดไปให้ลดดอกเบี้ยจากเดิม 5 % เป็น 2 % เป็นเวลา 2 ปี 16.มาตรการช่วยเหลือด้านหนี้สินเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้สินเชื่อกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 7,150 ราย วงเงิน 102.88 ล้านบาท และ17.การซ่อมแซมโครงการชลประทาน 570 รายการ 894.34 ล้านบาท

