จับตา ‘แบงก์ชาติ’ ลดดอกเบี้ยก่อนใคร เหตุ ศก.ออกอาการแผ่ว ลุ้น 10 เม.ย.ลดดอกนัดแรก

21.03.24 | 17:07 น.
แฟ้มภาพ

คาดแบงก์ชาติ หั่นดอกเบี้ยก่อนใคร หลังเศรษฐกิจออกอาการแผ่วชัดเจน ลุ้น 10 เม.ย.ลดดอกนัดแรก

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม น.ส.กฤติกา บุญสร้าง ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุนอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาวิเคราะห์เศรษฐกิจโลก ทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงินว่า กสิกรไทยได้คาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะอยู่ที่ 3.2% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเริ่มแผ่วลงจึงได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 2.8% ปัจจัยหลักที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจภายในปี 2567 คือภาคการท่องเที่ยวโดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้าไทยอยู่ที่ 38 ล้านคน เป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 40 ล้านคน สะท้อนจากอัตราการจองที่พัก หรือโรงแรมมีการขยายตัวได้ดียิ่งขึ้น โดยนักท่องเที่ยวหลักที่เข้าไทยคือจีนและมาเลเซีย ถือเป็นแหล่งรายได้หลักของไทย

น.ส.กฤติกากล่าวว่า ขณะเดียวกันภาคการส่งออก จากที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการส่งออกของไทยมีการพึ่งพาเศรษฐกิจโลกค่อนข้างสูง ดังนั้น กราฟการส่งออกของไทยและการส่งออกของโลกไปในทิศทางเดียวกัน ขณะนี้การส่งออกทยอยกลับมามากขึ้น สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคการบริการ จะเห็นช่วงหลังของปี 2566 ตัวเลขหดตัว แต่ปี 2567 เห็นตัวเลขเริ่มดูดีขึ้น

กฤติกา บุญสร้าง

“คาดหวังว่าตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่เหลือเพียง 2 ตัวนี้ จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ มีเรื่องที่ต้องติดตามใกล้ชิดคือ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 จะมีการเบิกจ่ายได้เมื่อไหร่ และการใช้จ่ายของภาครัฐบาลที่หดตัวไปจะมีมาตรการอะไรมาเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะงบด้านการลงทุน” น.ส.กฤติกากล่าว

น.ส.ซาร่า ผลพิบูลย์ ผู้ชำนาญการงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุนอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ด้วยโมเมนตัมเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงต่อเนื่อง รวมถึงสำนักเศรษฐกิจหลายแห่งได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยลง ทำให้ตลาดมีมุมมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะลดอัตราดอกเบี้ยลงโดยคาดว่าจะลดลง 2 ครั้ง ในอัตรา 0.50% ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2% ในสิ้นปี 2567 นอกจากนี้ ตลาดมองว่า ธปท.มีโอกาสลดดอกเบี้ยลงเร็วกว่าฝั่งของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ตลาดต่างมองว่าทั้ง 2 ธนาคารนี้จะลดอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปี 2567 ขณะที่ไทยอาจจะได้เห็น ธปท.ลดอัตราดอกเบี้ยลงตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 หรือเดือนมิถุนายน 2567

Advertisement
ซาร่า ผลพิบูลย์

น.ส.ซาร่ากล่าวด้วยว่า ความเป็นไปได้มากที่สุดคือ ธปท.จะลดอัตราดอกเบี้ยได้ในเดือนมิถุนายน 2567 หากลดดอกเบี้ยเร็วกว่านั้นจะดูไม่สมเหตุสมผล โดยปัจจัยที่ 1.ธปท.อาจต้องการดูตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2567 ก่อนค่อยตัดสินใจเพื่อดูว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในปีนี้เป็นอย่างไรจากที่แผ่วลงในช่วงปลายปี 2566 2.ถ้า ธปท.ลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนเมษายน 2567 ซึ่งมีวันหยุดค่อนข้างเยอะ จึงเป็นช่วงที่เห็นตัวเลขการใช้จ่ายค่อนข้างดี ทำให้ ธปท.ยังไม่ทำอะไร และ 3.การที่ ธปท.ลดดอกเบี้ยลงก่อนเฟด จะไม่ค่อยสมเหตุสมผลและจะเกิดผลลบมากกว่าจากเรื่องของฟันโฟลว์จะไหลออกต่อเนื่องจากที่ปัจจุบันมีเงินไหลออกค่อนข้างเยอะ รวมถึงผลกระทบจะส่งต่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนเช่นกัน

“จากมุมมองข้างต้นทำให้ค่าเงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบใกล้ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ค่อนข้างอ่อนค่า และในระยะสั้นมองว่าเงินบาทจะยังไม่ได้รับแรงกดดันต่อ โดยเฉพาะในเรื่องของดอกเบี้ยที่มีความไม่แน่นอนสูง ทั้งเฟดที่ยังไม่รู้ว่าจะลดดอกเบี้ยช่วงใดและเท่าไหร่” น.ส.ซาร่ากล่าว