หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินบาทอ่อนค่...

เงินบาทอ่อนค่าลงหนัก ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และโฟลว์ธุรกรรมทองคำ

22.03.24 | 09:55 น.

เงินบาทอ่อนค่าลงหนัก ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และโฟลว์ธุรกรรมทองคำ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.33 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงหนักจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.05 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.10-36.40 บาท/ดอลลาร์

นายพูนกล่าวว่า โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่องทะลุโซนแนวต้าน 36.20 บาทต่อดอลลาร์ที่เราประเมินไว้ (แกว่งตัวในช่วง 36.02-36.33 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ นับตั้งแต่ตลาดรับรู้ผลการประชุมธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ที่ “เซอร์ไพรส์” ตลาดด้วยการลดดอกเบี้ย -25bps สู่ระดับ 1.50% กดดันให้ค่าเงินฟรังก์สวิส (CHF) อ่อนค่าลงหนัก

ถัดมาเงินดอลลาร์ก็ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการอ่อนค่าของเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) หลังผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ล่าสุด ทำให้ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า BOE มีโอกาสเริ่มลดดอกเบี้ยในช่วงเดือนมิถุนายน เร็วขึ้นจากที่เคยประเมินไว้ในช่วงไตรมาส 3 นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์ยังได้กดดันให้ราคาทองคำพลิกกลับมาปรับตัวลงแรง -30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สู่โซนแนวรับระยะสั้นอีกครั้ง กดดันให้เงินบาทยิ่งผันผวนอ่อนค่าหนักตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และโฟลว์ธุรกรรมทองคำ

“สำหรับวันนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจ จะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งยุโรปเป็นหลัก ทั้งยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของอังกฤษ และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนี (Ifo Business Climate) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) และเงินยูโร (EUR) ในระยะสั้นได้”นายพูนกล่าว

Advertisement

นายพูนกล่าวว่า สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า การพลิกกลับมาอ่อนค่าเกินกว่าคาดของเงินบาทนั้น ทำให้เราต้องประเมินใหม่ ว่า เงินบาทมีโอกาสผันผวนอ่อนค่าต่อทดสอบโซนแนวต้าน 36.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ โดยจังหวะดังกล่าว อาจเกิดขึ้นได้ไม่ยาก หากสกุลเงินฝั่งยุโรป ทั้ง เงินปอนด์อังกฤษ และเงินยูโร อ่อนค่าลงต่อเนื่อง จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ที่ออกมาแย่กว่าคาด หรือสะท้อนการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจฝั่งยุโรปมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดมั่นใจแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลักฝั่งยุโรปที่อาจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง จากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินที่อาจทำให้ นักลงทุนต่างชาติยังพอกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้บ้าง โดยเฉพาะในจังหวะที่เงินบาทได้อ่อนค่าลงมาพอสมควรแล้ว นอกจากนี้ ในเบื้องต้น เรายังคงมุมมองเดิม Call Peak เงินบาท แถว 36.50 บาทต่อดอลลาร์ ไว้ตามเดิมที่ได้ประเมินไว้เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เนื่องจาก มุมมองของเราต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง

อีกทั้ง ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวก็มีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนในเชิง Valuation ค่าเงินบาทแถว 36.50 บาทต่อดอลลาร์ ก็เป็นโซนที่เงินบาท Undervalued พอสมควร ทำให้เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาทจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอย SELL on RALLY USDTHB ได้

“ความผันผวนของเงินบาทนั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง”นายพูนกล่าว