ระบบเตือนภัยภาครัฐแบบเจาะจงพื้นที่(Cell Broadcast Service) ขอ 3 เดือนคิกออฟ!!
เหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศไทยเกิดขึ้นหลายครั้ง ล่าสุดเหตุกราดยิงโดยเยาวชนในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สร้างความสะเทือนใจสูญเสียชีวิตประชาชน เป็นความเสียหายระดับประเทศ
จึงเกิดการตั้งคำถามระบบการแจ้งเตือนภัย (Emergency Alert System) ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรมีการพัฒนาและใช้แพร่หลายเช่นเดียวกับต่างประเทศ เพราะระบบนี้จะแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ (Cell Broadcast) ที่เข้าถึงทุกคนได้ง่ายที่สุด
ระบบ Cell Broadcast คือวิธีการส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือหลายๆ เครื่อง ในพื้นที่ให้บริการพร้อมกันในคราวเดียว รองรับมาตรฐานตั้งแต่ 2G, 3G, 4G LTE ไปจนถึง 5G โดยหน่วยงานของรัฐบาลจะส่งข้อความแจ้งเตือนรูปแบบข้อความให้ประชาชนรับทราบการแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนระมัดระวังได้ทันท่วงที
ระบบดังกล่าวมีการใช้งานในหลายประเทศ อาทิ สหภาพยุโรป (อียู) มีการวางมาตรฐานระบบเตือนภัยที่ชื่อว่า EU-Alert ผ่านเทคโนโลยี Cell Broadcast มาตั้งแต่ปี 2555 รองรับโทรศัพท์มือทุกระบบปฏิบัติการณ์ตั้งแต่ ไอโอเอส แอนดรอยด์ ไปจนถึงวินโดวส์
ปัจจุบันประเทศสมาชิกอียูใช้งานระบบเตือนภัย 9 ราย อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สเปน และเดนมาร์ก และ 7 ประเทศอยู่ระหว่างเริ่มทดลองใช้ อาทิ อิตาลี ออสเตรีย และไอร์แลนด์
ขณะที่ประเทศเอเชีย อาทิ เกาหลีใต้ ใช้ชื่อว่า KPAS เป็นระบบการแจ้งเตือนภัยผ่านมือถือ เตือนภัยความมั่นคงระดับประเทศ ภัยคุกคาม อาทิ การขู่วางระเบิด
ด้าน ญี่ปุ่น มีชื่อเรียกระบบเตือนภัยว่า J-Alert เป็นระบบผ่านดาวเทียมที่ออกคำเตือนผ่านหลายช่องทาง ตั้งแต่โทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์มือถือ อีเมล์ และกระจายเสียงผ่านลำโพงในพื้นที่ชุมชน อาทิ แจ้งเตือนแผ่นดินไหว สึนามิ ภูเขาไฟระเบิด ภัยธรรมชาติรุนแรง ภัยฉุกเฉินพิเศษ อาทิ การโจมตีทางอากาศ และการก่อการร้ายขนาดใหญ่
ความคืบหน้าของการพัฒนาระบบแจ้งเตือนในประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ “ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) ร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส โชว์ความสำเร็จในการพัฒนาระบบเตือนภัยจากภาครัฐแบบเจาะจงพื้นที่ (Cell Broadcast Service) ผ่านมือถือ
ประธานสรณระบุว่า ที่ผ่านมาไทยเผชิญกับเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และเหตุการณ์รุนแรงไม่คาดคิด ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กสทช. จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
(โอเปอเรเตอร์) พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านมือถือ ด้วยระบบ Cell Broadcast Service ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (กองทุนยูโซ่)
โครงสร้างของ Cell Broadcast Service มี 2 ฝั่ง แบ่งเป็น ฝั่งที่ 1 ดำเนินการและดูแลโดยศูนย์บัญชาการกลางของภาครัฐ ผ่านระบบ Cell Broadcast Entities (CBE) เป็นระบบที่ใช้ในการกำหนดเนื้อหาและพื้นที่ในการจัดส่งข้อความ ประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ การบริหารจัดการระบบ (Administrator) การจัดการข้อความที่จะสื่อสาร (Message Creator) และการอนุมัติยืนยันความถูกต้อง (Approver)
ปัจจุบัน อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาลว่าจะมอบหมายหน่วยงานใดเป็นศูนย์บัญชาการกลางของภาครัฐ (Command Center) คาดว่าภายใน 3 เดือนจะชัดเจน โดยกระทรวงดีอียื่นขอรับการสนับสนุนจากกองทุนยูโซ่ 400 ล้านบาท เพื่อจัดทำและออกกฎหมายมารองรับ อาจจะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือออกเป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
ฝั่งที่ 2 ดำเนินการและดูแลโดยผู้ให้บริการโครงข่ายผ่านระบบ Cell Broadcast Center (CBC) เป็นระบบที่ทำหน้าที่นำเนื้อหาข้อความไปจัดส่งในสถานีฐานตามพื้นที่ที่กำหนดได้อย่างถูกต้อง ประกอบด้วย การบริหารระบบและการตั้งค่า (System & Configuration) การส่งต่อข้อความสื่อสารที่ได้รับมาผ่านโครงข่าย (Message Deployment Function) และการบริหารโครงข่ายสื่อสาร (Network Management)
ส่วนนี้ กสทช. เป็นผู้วางโครงสร้างหลักทางวิศวกรรมตอนนี้พร้อมใช้งานแล้ว และถูกบรรจุเป็นวาระเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. เพื่อพิจารณาเห็นชอบกรอบเงินลงทุนของโอเปอเรเตอร์ทั้ง 2 ราย เบื้องต้นยื่นขอรับการสนับสนุนมารายละ 400 ล้านบาท และจะเลือกหักจากจำนวนเงินที่โอเปอเรเตอร์ส่งเข้ากองทุนยูโซ่ หรือจะหักตอนช่วงปลายปี
“ต้องดูว่าหน่วยงานใดจะเป็นศูนย์บัญชาการกลางของภาครัฐ เหตุการณ์ไหนบ้างที่ต้องใช้ระบบเตือนภัยฉุกเฉินนี้ และหลังจากแจ้งเตือนแล้วจะนำไปสู่อะไร ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และต้องทำอย่างไรบ้าง ตอนนี้ กสทช. ขอความร่วมมือโอเปอเรเตอร์ทุกรายให้มีระบบเตือนภัยดังกล่าวแล้ว เชื่อว่าโอเปอเรเตอร์ทุกรายอยากทำ เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัย มีความจำเป็น คาดว่าระบบ Cell Broadcast จะใช้งานได้ภายในปี 2567 นี้” ประธานสรณระบุ
ด้าน “วรุณเทพ วัชราภรณ์” หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ให้ข้อมูลว่า ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านมือถือด้วยระบบ Cell Broadcast เป็นไปตามมาตรฐานโลก ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้เลือกใช้ เป็นการส่งข้อความเตือนภัยแบบส่งตรงจากเสาส่ง สัญญาณสื่อสารในพื้นที่ ไปยังมือถือทุกเครื่องบริเวณนั้น แตกต่างจากระบบ
เอสเอ็มเอส ทั่วไป เพราะไม่จำเป็นต้องใช้หมายเลขโทรศัพท์ จะทำให้การสื่อสารข้อมูลเตือนภัยรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่เกิดเหตุ ประชาชนไม่ต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นใดๆ
“เทคโนโลยี Cell Broadcast Service เป็นระบบเตือนภัยของประเทศตามมาตรฐานสากล จะแสดงข้อความที่หน้าจอโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Pop UP Notification) แบบ Near Real Time Triggering เพื่อให้รับรู้สถานการณ์ได้ทันที ล่าสุดทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าวได้ผลตามเป้าหมายที่ต้องการ และพร้อมขยายผลเชื่อมโยงกับระบบเตือนภัยของประเทศต่อไป” วรุณเทพระบุ
ขณะที่ “จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า ได้ทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินในห้องทดลองเป็นผลสำเร็จตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2567 ระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้มือถือในเครือข่ายทรูและดีแทคได้รับข้อมูลภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินทันที ไม่ต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม สามารถแจ้งเตือนผ่านข้อความและสัญญาณเสียงได้ทุกที่
ทั่วประเทศ ระบบมีฟังก์ชั่นการเตือน 5 ระดับ ครอบคลุมตั้งแต่การแจ้งเตือนระดับชาติ เหตุฉุกเฉิน เด็กหาย ความปลอดภัยสาธารณะ จนถึงการแจ้งเตือนทดสอบ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนในการรับรู้ข้อมูลสำคัญอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับหน่วยงานรัฐเพื่อนำไปใช้งานจริง รองรับการแจ้งเตือนหลายภาษา ทั้งไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย ยกระดับความปลอดภัย ตอบสนองฉุกเฉินให้สังคมไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
ยืนยันความพร้อมทุกองคาพยพ หวังว่าในอนาคตอันใกล้คนไทยจะได้ใช้ระบบเตือนความปลอดภัย เพื่อให้ชีวิตดียิ่งขึ้น!

