เอกชนหนุน ผุดเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์-กาสิโนถูกกม. ชี้ปั๊มรายได้มหาศาล
ยังคงเป็นประเด็นน่าติดตามสำหรับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …ที่รัฐสภาจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวันที่ 28 มีนาคม 2567 จะผ่านฉลุยหรือไม่
หลังประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร มี”จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์”รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นั่งเป็นประธาน ได้ทำการสรุปร่างเสร็จแล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ
ถ้าหากรัฐสภาเห็นชอบ ร่างดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาตามขั้นตอน
พลิกดูรายละเอียดไฮไลต์น่าเป็นในส่วนของการประกอบธุรกิจ ที่ในเบื้องต้น เช่น มีการประมูลใบอนุญาต หรืออายุ 20 ปี ต่อใบอนุญาตได้คราวละไม่เกิน 5 ปี
รวมถึงพื้นที่ที่จะกำหนดให้เปิดกาสิโนถูกกฎหมายได้ ที่ตำแหน่งที่เหมาะสมควรตั้งอยู่ในรัศมีไม่เกิน 100 กิโลเมตร จากสนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ครอบคลุม 17 จังหวัด ภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงพื้นที่จังหวัดที่เป็นท่องเที่ยวหลัก จำนวน 22 จังหวัด และพื้นที่ตามแนวชายแดนรวม 22 จังหวัด
พร้อมกันนี้ยังมีระบุ 12 ประเภทธุรกิจของสถานบันเทิงครบวงจร ที่จะอนุญาตให้มีกาสิโนถูกกฎหมายได้ เช่น ห้างสรรพสินค้าครบวงจร โรงแรมระดับ 5 ดาว ร้านอาหารและบาร์ ศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการขนาดใหญ่ศูนย์สุขภาพครบวงจร เป็นต้น
จากแนวคิดดังกล่าว มีเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนในพัทยา โดยนายคริส เชิดสุริยา ประธานที่ปรึกษากรรมการบริหารบริษัท ออเนอร์กรุ๊ป จำกัด ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมเมืองพัทยา กล่าวว่า เห็นด้วยที่รัฐบาลจะผลักดันให้มีกาสิโนถูกกฎหมาย เพราะโครงการดังกล่าวไม่ได้มีการเล่นกาสิโนอย่างเดียว เพราะเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีกิจกรรมและบริการทุกอย่าง
อีกทั้งยังสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มรายได้ให้กับประเทศได้จริง ทั้งนี้ดูจากเงื่อนไขทำเลที่ตั้งไม่เกิน 100 กม.จากสนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ถือว่าเมืองพัทยาเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่จะสามารถผลักดันให้มีกาสิโนได้ หากสำเร็จจะส่งผลดีต่อประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพราะจะมีเม็ดเงินเข้าประเทศจำนวนมาก
ด้านรายงานข่าวจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมืองพัทยารายหนึ่ง กล่าวว่า หลังมีกระแสข่าวรัฐบาลจะผลักดันกาสิโน เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวในพื้นที่พัทยาโซนวงเวียนโลมา ใกล้กับศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ทางเจ้าของที่ดินเดิมเริ่มไม่ต่อสัญญาเช่าให้กับผู้เช่าเดิมที่หมดสัญญาแล้ว คาดว่าเพื่อเตรียมรวบรวมเป็นแปลงใหญ่ปล่อยให้กับผู้ที่จะเข้ามาลงทุนกาสิโน
ด้านนายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด(AREA) ได้ยกตัวอย่างต่างประเทศที่มีการนำกาสิโนมาเป็นตัวชูโรง การสร้างรายได้ให้กับประเทศ ทั้งที่มารินาเบย์แซนด์ส ประเทศสิงคโปร์ และอีกนับ 10 แห่ง
อย่างกรณีศึกษากาสิโนรอบๆ ประเทศไทย มีกาสิโนมากมาย เช่น มาเลเซียที่มีเก็นติ้ง ตั้งมาเกือบ 40 ปี ด้านสิงคโปร์มีกาสิโนถึง 2 แห่ง คือ ที่มารินาเบย์แซนด์ส และเกาะสวนสนุกเซ็นโตซา ด้านมาเก๊าและฮ่องกงก็มีมานานแล้ว ขณะที่ประเทศโดยรอบก็มีกาสิโนเกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะตามตะเข็บชายแดนไทยกับพม่า ลาว และกัมพูชา ไม่เฉพาะแต่กับชายแดนไทย ชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม ยังมีลาว-จีน หรือชายแดนหรือเมืองท่องเที่ยวเวียดนามที่ชาวจีนตอนใต้เช่นไหหลำ เป็นต้น
“อันที่จริงต้องส่งเสริมให้ไทยมีกาสิโนเพราะปัจจุบันในความเป็นจริง มีกาสิโนอยู่มากมาย ขณะเดียวกันยังเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินได้ด้วย โดยเคยไปประเมินค่าที่ดินที่จะทำกาสิโนโดยนักลงทุนมาเลเซียในชายแดนลาวพบว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวมีราคาคิดเป็นเงินไทยคงไร่ละ 20 ล้านบาท”นายโสภณกล่าว
นายโสภณกล่าวว่า สำหรับการเสียภาษีกาสิโนนั้น สิงคโปร์กำหนดให้กาสิโนต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และเสียภาษีของกิจการอีก 17% ทำให้รัฐบาลมีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการนี้ สำหรับที่มาเลเซีย รัฐบาลเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายประมาณ 30% ส่วนที่มาเก๊าเก็บหนักถึง 35% และยังหักเพื่อสังคมอีก 2-3% รวมแล้วเกือบ 40% ของรายได้สุทธิของกาสิโน สำหรับที่สหรัฐอเมริกา เสียภาษี 7.5% – 32% (มลรัฐอินเดียนา) ของรายได้สุทธิโดยรายได้จำนวนมหาศาลนี้สามารถนำมาพัฒนาประเทศได้มากมาย
“กรณีมารินาเบย์แซนด์ส มีศูนย์การค้าและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่พิเศษสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวและการจัดงานประชุมสัมมนาและแม้กระทั่งงานแต่งงาน ซึ่งการใช้กาสิโนเป็นตัวชูโรง (Anchor Tenant) จึงคุ้มค่ามาก การพัฒนากาสิโนจึงเป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจ”นายโสภณกล่าว
นายโสภณกล่าวว่า ทั้งนี้มีข้อเสนอต้องมีการลอยเรือสำราญ จำนวนหนึ่งใกล้ กรุงเทพมหานครหรือพัทยาเพื่อให้เป็นกาสิโนและต้องมีการก่อสร้างเมือง Entertainment พร้อมกาสิโน ในย่านชานเมือง โดยเชื่อมต่อกับกรุงเทพมหานครผ่านระบบรถไฟฟ้าหรือทางด่วนจากกลางเมือง เพื่อป้องกันการขยายตัวของเมืองอย่างไร้ขอบเขต

