หน้าแรก เศรษฐกิจ ขอ ร.ง.4 พุ่ง...

ขอ ร.ง.4 พุ่ง 3.56 แสนล้าน 3 อุตฯแรงผลโควิดจบ-ส่งออกพุ่ง ย้ำค้างไม่ถึง 50 ใบ

24.03.24 | 19:11 น.
ภาพโดย 652234/pixabay

ขอ ร.ง.4 พุ่ง 3.56 แสนล้าน 3 อุตฯแรงผลโควิดจบ-ส่งออกพุ่ง ย้ำค้างไม่ถึง 50 ใบ


รายงานข่าวระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับแจ้งจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) รายงานตัวเลขยอดใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ปี 2566 พบว่าเติบโตดี ทั้งยอดขอตั้งโรงงานใหม่รวมยอดขอขยายกิจการ พบว่าเพิ่มสูงขึ้นมาก มูลค่าถึง 356,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.29% จากปี 2565 มูลค่า 288,873 ล้านบาท จำนวนโรงงานตั้งใหม่และขยาย 2,598 โรง เกิดการจ้างงานใหม่ 106,631 คน

จำนวนนี้แบ่งเป็น ตั้งโรงงานใหม่ มูลค่า 263,202 ล้านบาท จากโรงงาน 2,181 โรง จ้างงานใหม่ 65,138 คน และขยายกิจการมูลค่า 92,937 ล้านบาท จากโรงงาน 417 แห่ง จ้างงานใหม่ 106,631 คน สะท้อนว่าการลงทุนไทยกลับมาฟื้นตัวในปีที่ผ่านมาและต่อเนื่องถึงปี 2567 ที่แนวโน้วเพิ่มขึ้น ช่วง2 เดือนแรกของปีการอนุมัติ ร.ง.4 ยังขยายตัว มูลค่าลงทุนเบื้องต้นกว่า 50,000 ล้านบาท โดยกรมโรงงานฯอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลทางการต่อไป คาดว่าตลอดปีจะเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน

“กรมโรงงานฯยืนยันว่าการอนุมัติอนุญาต ร.ง.4 ยังดำเนินการด้วยความคล่องตัว สะท้อนจากตัวเลขอนุญาตตั้งและขยายโรงงานที่เติบโตอย่างมากในปีที่ผ่านมาและแนวโน้มปีนี้ ส่วนกรณีเอกชนบางรายระบุ ร.ง.4 ล่าช้าจะเร่งแก้ปัญหา ล่าสุดอยู่ระหว่างดำเนินการไม่ถึง 50 ใบเท่านั้น และอีกส่วนหนึ่งต้องรอการอนุญาตจากหน่วยงานกำกับด้านไฟฟ้าและป่าไม้ตามกฎหมายที่กำหนด เพราะเป็นใบอนุญาตที่ภาครัฐต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อดูแลประชาชน และอำนวยความสะดวกนักลงทุน” รายงานข่าวระบุ

Advertisement

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อตรวจสอบข้อมูลการลงทุนภาคอุตสาหกรรม ปี 2566 พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด คือ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร มีมูลค่าการลงทุน 40,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.41% โดยการลงทุนโดดเด่นจากการตั้งโรงงานใหม่คือ ผลิตน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ มูลค่าการลงทุน 8,600 ล้านบาท ผลพวงจากแนวโน้มการฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิดคลี่คลาย การท่องเที่ยวที่มีทิศทางขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความต้องการจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มให้เพิ่มขึ้น

รายงานข่าวระบุว่า 2.กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 39,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.76% โดยการลงทุนโดดเด่นจากการตั้งโรงงานใหม่คือ การผลิต ประกอบ หรือดัดแปลง เครื่องมือหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ มูลค่าการลงทุน 1,832 ล้านบาท เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีศักยภาพสำหรับการส่งออกซึ่งมีปริมาณความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลมูลค่าการส่งออกสินค้าจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ 3.กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ มีมูลค่าการลงทุน 24,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.84% โดยการลงทุนโดดเด่นจากการตั้งโรงงานใหม่คือ การผลิตกระป้องอลูมิเนียมและขวดอลูมิเนียม มูลค่าการลงทุน 5,237 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง