ภายหลังจาก เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก กรุ๊ป ลาออกเพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)
เอ็กโก กรุ๊ป ได้แต่งตั้ง กัมปนาท บำรุงกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการ ทำหน้าที่รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ เมื่อ 14 มีนาคมที่ผ่านมา
ภารกิจสำคัญของรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ คือ การสานต่อแผนลงทุน ด้วยงบ 30,000 ล้านบาท เพื่อบรรลุเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นอีก 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567
เน้นลงทุนในโรงไฟฟ้าคุณภาพสูงเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด รวมทั้งการขยายพอร์ตฟอลิโอพลังงานหมุนเวียนเพิ่ม เพื่อเป้าหมาย เน็ต ซีโรปี 2050
ลงทุน 8 ประเทศที่เอ็กโก กรุ๊ป มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว ได้แก่ ไทย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบัน เอ็กโก กรุ๊ป มีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียน 1,440 เมกะวัตต์ ทั้งจากชีวมวล พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมทั้งบนบกและนอกชายฝั่ง เซลล์เชื้อเพลิง และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ คิดเป็น 21% ของกำลังผลิตทั้งหมด 6,996 เมกะวัตต์
ปี 2567 การลงทุนใหม่ของเอ็กโก กรุ๊ป จะปิดดีลโครงการใหม่รูปแบบเอ็มแอนด์เอ 2-3 โครงการ และมีโอกาสสูงจะต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะกลางของโรงไฟฟ้า Quezon ในฟิลิปปินส์ ที่จะหมดสัญญาเดือนพฤษภาคม ปี 2568
ปีนี้ยังรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการลงทุนปี 2566 ได้แก่ โรงไฟฟ้า RISEC กลุ่มโรงไฟฟ้า Compass ในสหรัฐอเมริกา
รวมทั้งรับรู้รายได้การลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคบริษัท พีที จันทรา ดายา อินเวสตาสิ หรือ CDI ประเทศอินโดนีเซีย เพิ่มโอกาสการลงทุนธุรกิจเกี่ยวเนื่องและพลังงานสะอาด อาทิ การผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน โซลาร์ฟาร์ม ในอินโดนีเซียด้วย
แม้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านผู้บริหาร แต่แผนธุรกิจที่ประกาศขับเคลื่อน คาดจะเดินหน้าอย่างไร้รอยต่อแน่นอน!!

