เชียงใหม่ยังเหงารับมหาสงกรานต์ เผชิญฝุ่นพิษทำยอดจองล่วงหน้าวิ่งต่ำ 30%
นางละเอียด บุ้งศรีทอง ที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทย (ภาคเหนือตอนบน) เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์ เดือนเมษายนนี้ ในจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงกำหนดเล่นน้ำตามวันสงกรานต์เหมือนปกติ คือ วันที่ 13-15 เมษายน 2567 มีบางพื้นที่ในจังหวัดที่จัดเล่นน้ำเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน แต่ไม่ได้พร้อมกันทั้งจังหวัด โดยขณะนี้มีการสื่อสารที่ชัดเจนมากขึ้นแล้วว่า เชียงใหม่จะทำอะไร จัดกิจกรรมอะไรบ้าง ทำให้ภาคเอกชนสามารถเตรียมความพร้อมได้มากขึ้น แม้ระยะเวลาในการประชาสัมพันธ์จะค่อนข้างสั้นเกินไป โดยเริ่มต้นเดือนเมษายนนี้ ยังไม่เห็นความคึกคักมากนัก ยอดจองล่วงหน้าอยู่เพียง 30% เท่านั้น เทียบกับช่วงปี 2566 ที่ทำได้ประมาณ 50% แต่ยังคาดหวังว่าช่วงวันสงกรานต์ 3 วันหลัก จะดันอัตราเข้าพักขึ้นถึง 70% เพราะเป็นช่วงพิคอัพได้
นางละเอียด กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า ทะเลกับคนไทยเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะทะเลกับหน้าร้อน ทำให้คนไทยหายไปค่อนข้างมากในช่วงเดือนเมษายน ที่เป็นหน้าร้อน ปกติจะนิยมมาเที่ยวภาคเหนือช่วงอากาศหนาวมากกว่า บวกกับมีปัญหาเรื่องฝุ่นด้วย แต่ยังคาดหวังว่าเมื่อถึงเดือนเมษายน ปัญหาฝุ่นจะลดลง เห็นตัวเลขการเข้าพักดีขึ้น เพราะตอนนี้เนื่องจากดีมานด์เข้ามาเบาบางมาก จึงยังไม่มีการปรับราคาขึ้นห้องพักขึ้นมากนัก ทั้งที่ใกล้ช่วงเทศกาลแล้ว ส่วนตลาดต่างชาติ ขณะนี้มีตลาดยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้ามาเสริม อาทิ สิ้นเดือนมีนาคมนี้ จะจบซีซั่นท่องเที่ยวของเกาหลีแล้ว แต่จะมีไต้หวันเข้ามาเสริมแทนได้บ้าง โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวปรับเปลี่ยนจากเดิม คนไทย 70% ต่างชาติ 30% ตอนนี้ตลาดต่างชาติและคนไทยเท่ากันที่ 50% สะท้อนถึงคนไทยหายไปบางส่วน
นางละเอียด กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 วนเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ และทั่วภาคเหนืออีกครั้ง ซึ่งค่าฝุ่นเกินมาตรฐานมาประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว เป็นวิกฤตฝุ่นควันที่กระจายเยอะมาก แต่ช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาค่อนข้างมาก ช่วยทำให้ค่าฝุ่นเบาบางลง อากาศดีขึ้นจากเดิมบ้างแล้ว โดยภาคการท่องเที่ยว อัตราการเข้าพักถือว่าดีขึ้นเล็กน้อย เทียบกับในช่วงต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา เพราะช่วง 1-2 สัปดาห์นั้นเงียบสงบมาก แต่ประเมินปัญหาฝุ่นควันในเชียงใหม่และทั่วภาคเหนือจะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวทั้งเดือนมีนาคมนี้ ที่เดิมคาดว่าอัตราการเข้าพักจะอยู่ประมาณ 60% แต่ตอนนี้คงเหลือเพียง 50% เนื่องจากในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ตัวเลขนักท่องเที่ยวหรือยอดเข้าพักคงไม่ได้เพิ่มมากอย่างที่คาดไว้
นางละเอียด กล่าวว่า การแก้ปัญหาฝุ่นควันในภาคเหนือ มองว่าควรเป็นแผนบูรณาการระดับประเทศ ไม่ใช่เพียงจังหวัดเท่านั้น เพราะภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ มีพื้นที่เกษตรกรรมเกิน 40% พื้นที่ที่มีความหลากหลายสูงอีก 40% ซึ่งพื้นที่เหล่านี้จะมีกิจกรรมเยอะ ทำให้การแก้ไขปัญหาจะต้องมีแผนชัดเจน 3-5 ปีข้างหน้านี้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อไม่ให้ต้องกลับมาคุยกันใหม่อีกครั้งวนไปทุกปี เข้าใจว่าไม่ได้เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ง่าย แต่ก็ควรมีหน่วยงานเข้ามาแก้ไขอย่างจริงจัง วัดประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาที่ทำ ว่าได้มากน้อยเท่าใด เพื่อให้เดินหน้าปรับแผนต่อไปได้ ไม่ใช่เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุไปทุกปีแบบนี้
“ปัญหาฝุ่นควันที่วิกฤติทุกปีในภาคเหนือ คนทำธุรกิจยังไม่เท่าไหร่ แม้มีผลกระทบต่อธุรกิจ แต่ก็ไม่เท่ากับผลกระทบต่อสุขภาพของคนในพื้นที่ เพราะอากาศที่หายใจเข้าไปเป็นพิษ จึงอยากให้มีการวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจนออกมาจากรัฐบาล ไม่ได้เป็นการคุยกันในจังหวัดเท่านั้น แต่ต้องคุยกันในระดับที่ใหญ่กว่าเดิม เป็นปัญหาระดับประเทศแล้ว” นางละเอียด กล่าว
นางละเอียด กล่าวว่า สำหรับการมีเอ็นเตอร์เมนต์คอมเพล็กซ์ รวมกาสิโนถูกกฎหมายด้วยนั้น มองว่าอย่างไรก็ดีกว่าที่จะปล่อยให้เป็นธุรกิจสีเทาเหมือนในตอนนี้ เพราะเพื่อนบ้านของไทยที่ติดภาคเหนือ ก็มีธุรกิจแบบนี้อยู่แล้ว ทำให้หากสามารถทำออกมาให้เป็นธุรกิจที่ถูกต้องชัดเจนได้ ก็น่าจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น มีการพักแรมเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะอยู่จุดใดในพื้นที่ด้วย แต่ต้องเน้นย้ำถึงการบังคับใช้กฎหมาย ที่ต้องมีความเข้มข้น ควบคุมดูแลไม่ให้เกิดปัญหาสังคม ทั้งในส่วนของวัยที่ยังไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือการละเล่นจนกลายเป็นมอมเมาตัวเอง นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำใน 10 จังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูง รวมเชียงใหม่อยู่ในนั้น มองว่าเป็นผลกระทบต่อต้นทุนการทำธุรกิจที่มากขึ้นแน่นอน แต่ในธุรกิจท่องเที่ยว อาจไม่ได้กระทบมากนัก เพราะค่าแรงที่จ่ายให้พนักงาน ขึ้นไปสูงกว่าขั้นต่ำนานแล้ว

