นายสมปอง อินทร์ทอง เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งยกเลิกโครงการกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของบริษัทเทพสถิต วินด์ฟาร์ม ในพื้นที่สำนักงานปฏิรูปที่ดิน(ส.ป.ก.) จ.ชัยภูมิ เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่ไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง ขณะนี้ได้ให้สำนักกฎหมายของกรมฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทเอกชนที่เช่าที่ดินเพื่อทำกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าทั้ง 2 จังหวัด คือ จ.นครราชสีมา และจ.ชัยภูมิ ที่ดำเนินโครการดังกล่าวเหลืออยู่ประมาณ 19 บริษัท เพื่อสำรวจว่ามีบริษัทใดเข้าข่ายไม่ทำตามวัตถุประสงค์ของโครงการอีกหรือไม่ คาดว่าจะสรุปผลได้ภายในสัปดาห์หน้า
นายสมปอง กล่าวว่า ทั้งนี้แนวทางในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นจะมีการพิจารณาเพิ่มข้อกำหนดหรือทำให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์โดยตรงลงไปในสัญญาเช่าที่ดินระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย และในอนาคตจะกำหนดเป็นบรรทัดฐานสำหรับบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมทั้งหมดให้ต้องปฏิบัติตาม
นายสมปอง กล่าวว่า สำหรับบริษัทที่เช่าพื้นที่ส.ป.ก.มีทั้งหมด 20 บริษัท พื้นที่ประมาณ 620 ไร่ แบ่งเป็น จ.นครราชสีมา จำนวน 7 บริษัท เนื้อที่ 280 ไร่ คือ บริษัท เฟิร์ส โคราช วินด์ จำกัด, บริษัท เค อาร์ ทู จำกัด, บริษัท เทพารักษ์ วินด์ จำกัด, บริษัท ทรอปิคอล วินด์ จำกัด, บริษัท เค อาร์ เอส ทรี จำกัด, บริษัท กฤษณา วินด์ พาวเวอร์ จำกัด และบริษัท เค อาร์ วัน จำกัด จ.ชัยภูมิ จำนวน 13 บริษัท เนื้อที่ประมาณ 380 ไร่ โดยยกเลิก 1 บริษัท คือ บริษัท เทพสถิต วินด์ฟาร์ม จำกัด ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด และก่อสร้างแล้วจำนวน 4 บริษัท เหลือ 6 บริษัทกำลังดำเนินการก่อสร้าง และอีก 2 บริษัทยังไม่เริ่มก่อสร้าง
“สำหรับบริษัทเทพสถิต วินด์ฟาร์มที่ศาลสั่งยกเลิกโครงการ ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งถ้าตรวจสอบแล้วได้รับความเสียหายจากการที่ศาลประกาศยกเลิก ทางบริษัทสามารถฟ้องร้องกลับได้ แต่อย่างไรตามจะหารือเรื่องนี้กับบริษัทอีกครั้ง อีกทั้งโครงการนี้ยังเกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องไปดูข้อกฎหมายของแต่ละกระทรวงว่าภาพรวมโครงการทั้งหมดจะได้ผลกระทบหรือไม่”

