นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณีบริษัทพี.อาร์.บางบอน 5 สตีล จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อนเจืออัลลอยด์หน้าตัดรูปตัว H (H-Beam) ร้องเรียนนายกรัฐมนตรีขอให้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้า H-Beam และมีข้อร้องเรียนตั้งข้อสังเกตถึงบริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด ผู้ผลิตเหล็ก H-Beam ในประเทศเพียงรายเดียวจะผูกขาดหรือไม่ว่า ยืนยันว่าใช้มาตรการปกป้อง (เซฟการ์ด) กับการนำเข้าเหล็ก H-Beam ซึ่งเป็นตามมติคณะกรรมการมาตรการปกป้องภายใต้ พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. 2550 โดยจัดเก็บภาษีนำเข้า H-Beam เป็นเวลา 2 ปี มีผลบังคับใช้วันที่ 28 มกราคม 2560 -27 มกราคม 2562 ในอัตรา 31.43% ปีที่ 1 และอัตรา 31.05% ในปีที่ 2
“มาตรการเซฟการ์ด จะช่วยปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ เนื่องจากมีการนำเข้าเหล็กชนิดดังกล่าวเข้ามาในปริมาณมาก เป็นภัยคุกคามกับอุตสาหกรรมในประเทศ และแม้มีผู้ผลิตเหล็กนี้เพียงรายเดียวในประเทศ แต่จากการตรวจสอบไม่พบการผูกขาด และราคาสินค้าตัวนี้เป็นสินค้าควบคุม ต้องจำหน่ายในราคาเป็นธรรม”
นายวันชัย กล่าวถึงกรณีร้องเรียนที่ว่า ไม่มีการแข่งขันของตลาดเหล็ก H-Bean ในประเทศ มีผู้ผลิตในประเทศเพียงรายเดียว เนื่องจากมีการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) โดยให้ปั๊มตัวนูนบนเหล็ก และใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) กับสินค้าเหล็ก H-Beam ซึ่งไม่เจืออัลลอยด์ จนกีดกันผู้เล่นรายอื่นนั้น ว่า มาตรฐาน มอก. ดังกล่าวเป็นตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เพื่อให้สินค้าได้คุณภาพ ปลอดภัยกับผู้บริโภค และไม่มีการจำกัดผู้เล่นใหม่ที่จะเข้ามาในตลาด ส่วนมาตรการเอดี เหล็ก H-Beam ไม่เจืออัลลอยด์ ซึ่งเป็นสินค้าเดียวกับที่บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ ผลิต ก็เป็นการดำเนินการตามพ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.2542 และได้ใช้มาตั้งแต่ปี 2545 จะครบกำหนดวันที่ 10 ตุลาคม 2560
นายวันชัย กล่าวอีกว่า กรณีตั้งข้อสังเกตที่บริษัทเหล็กสยามยามาโตะมีผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างชาติ 90% และมีบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นเพียง 10% จึงมองว่าผลประโยชน์จะตกแก่ต่างชาติมากกว่านั้น ตามพ.ร.บ.มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นฯ จะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันในการพิจารณา ไม่ว่าผู้ผลิตสินค้าจะมีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยหรือต่างชาติก็ตาม นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบว่าบริษัทสยามยามาโตะส่งออกเหล็กไปจำหน่ายที่ต่างประเทศในราคาถูกกว่าจำหน่ายในประเทศ

