บาทอ่อนค่าหนัก หลังดอลลาร์พลิกแข็งเร็วและแรง เหตุตลาดคาดการณ์เฟดจะชะลอลดดบ.
เมื่อวันที่ 2 เมษายน นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.60 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงหนักจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.43 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.45-36.70 บาท/ดอลลาร์
นายพูนกล่าวว่า โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงต่อเนื่อง (แกว่งตัวในช่วง 36.40-36.60 บาทต่อดอลลาร์) ตามการพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น “เร็วและแรง” ของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หลังรายงานดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตในเดือนมีนาคม ออกมาดีกว่าคาด สะท้อนว่าภาคการผลิตสหรัฐฯ พลิกกลับมาขยายตัวในอัตราเร่งขึ้น ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลว่า เฟดอาจชะลอการลดดอกเบี้ย หรือ อาจลดดอกเบี้ยน้อยกว่า 3 ครั้ง ในปีนี้
นอกจากนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม จากโฟลว์ธุรกรรมทองคำ หลังราคาทองคำปรับตัวลดลงตามการปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มชะลอลงบ้างในช่วงโซนแนวต้าน 36.60 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน และการรีบาวด์ขึ้นกว่า +20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ของราคาทองคำ ซึ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนขายทำกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำบ้าง
นายพูนกล่าวว่า สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ อย่าง ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (Job Openings) ที่จะช่วยสะท้อนภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งจะมีทั้งเจ้าหน้าที่เฟดที่มีมุมมองเชิง Hawkish, Dovish และ Neutral ต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด ทำให้ตลาดการเงินอาจเคลื่อนไหวผันผวนไปตามมุมมองของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดดังกล่าวได้
ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของเยอรมนี ในเดือนมีนาคม ซึ่งจะรายงานก่อนอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน โดยแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของเยอรมนีก็อาจช่วยให้ผู้เล่นในตลาดพอจะประเมินแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนที่จะรายงานในช่วงวันพุธนี้
นายพูนกล่าวว่า สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท การอ่อนค่าเร็วและแรงของเงินบาทนั้น มีโอกาสที่จะชะลอลงบ้าง เนื่องจากโซนแนวต้าน 36.60 บาทต่อดอลลาร์นั้น อาจยังคงเห็นโฟลว์ธุรกรรมขายเงินดอลลาร์จากบรรดาผู้เล่นในตลาดอยู่พอสมควร อีกทั้งในเชิงเทคนิคัล เมื่อพิจารณาจากการเคลื่อนไหวของเงินบาท รายชั่วโมง เรามองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าอาจชะลอลงบ้างจากสัญญาณ Bearish Divergence
ทว่า เมื่อประเมินจากภาพการเคลื่อนไหวของเงินบาทรายวัน ต้องยอมรับว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทนั้นยังมีอยู่ ทำให้หากเงินบาทอ่อนค่าทะลุโซน 36.60 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน ก็อาจผันผวนอ่อนค่าต่อทดสอบโซน 36.80 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ทั้งนี้ เรามองว่า การอ่อนค่าต่อของเงินบาทสู่ระดับดังกล่าว อาจต้องอาศัย รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดชัดเจน หรือ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดที่ส่วนใหญ่ต้องมีทิศทางเดียวกัน ว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยน้อยกว่า 3 ครั้ง (ที่ระบุไว้ใน Dot Plot ล่าสุด)
ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนของตลาดค่าเงินในช่วงทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งยุโรป (อัตราเงินเฟ้อเยอรมนี) ในช่วง 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของเงินยูโร (EUR) และเงินดอลลาร์ได้ โดยหากอัตราเงินเฟ้อเงินเยอรมนีชะลอลงมากกว่าคาด ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดยิ่งมั่นใจว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจลดดอกเบี้ยได้แน่นอนในช่วงไตรมาสที่ 2 ซึ่งอาจเป็นการลดดอกเบี้ยเร็วกว่าเฟด ส่งผลให้ เงินยูโรมีโอกาสผันผวนอ่อนค่าลงได้ ในกรณีดังกล่าว
ถัดมา ควรระวังช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ตั้งแต่ ช่วง 21.00 น. เป็นต้นไป โดยต้องระวังถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ที่ย้ำจุดยืนไม่รีบลดดอกเบี้ย หรือ ลดดอกเบี้ยน้อยกว่า 3 ครั้ง ซึ่งจะยิ่งหนุนให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น กดดันให้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านถัดไปที่เราประเมินไว้ได้
“หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ไม่ได้ทำให้ ตลาดเชื่อว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่า 3 ครั้ง ก็จะยังไม่กดดันให้เงินบาทผันผวนอ่อนค่าไปมาก เนื่องจากผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่อาจต้องการรอจับตารายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ก่อนที่จะปรับสถานะถือครองที่ชัดเจนต่อไป”นายพูนกล่าว

