เอกชนหนุนเปิดสถานบันเทิงครบวงจร ‘จุลพันธ์’ ชี้1-2 สัปดาห์นำผลการศึกษาเข้าครม.

เอกชนหนุนเปิดสถานบันเทิงครบวงจร ‘จุลพันธ์’ ชี้ 1-2 สัปดาห์นำผลการศึกษาเข้า ครม.

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงกรณีสภาเห็นด้วยกับรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่องศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายและเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว เมื่อวันที่ 2 เมษายน ว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่เรียกว่ากาสิโน แต่เป็นลักษณะเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มีเป้าหมายพัฒนาทั้งเรื่องท่องเที่ยว สเตเดียม สวนสนุกขนาดใหญ่ ที่สนับสนุนการลงทุนและการท่องเที่ยวให้กับประชาชน คาดว่าไม่เกิน 1-2 สัปดาห์นี้ จะนำรายงานดังกล่าวเสนอเข้า ครม.พิจารณา เพื่อมีข้อสั่งการต่อไป จากการที่ได้รับความเห็นในที่ประชุมเป็นไปในทิศทางบวก และเห็นตรงกันว่าควรนำปัญหาที่มีในสังคม มาไว้ข้างบนและใช้กลไกการบริหารมาป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด เกิดรายได้เข้ารัฐและเกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชน ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมีกลไกทางกฎหมายควบคุม

นายจุลพันธ์กล่าวว่า การศึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ ไม่ได้พูดคุยกำหนดในรายละเอียด หรือกำหนดว่าจะต้องเป็นพื้นที่ใด จะต้องเป็นจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ และไม่ใช่หน้าที่ต้องพูดคุย เพียงแต่ศึกษาว่าอะไรควรจะเกิดขึ้นในกรอบของกฎหมาย และหลังจากกฎหมายเสร็จ องคาพยพต่างๆ คณะกรรมการที่จะเกิดขึ้นเป็นผู้ขับเคลื่อนดูในเรื่องพื้นที่และรายละเอียดปลีกย่อย

“การดำเนินการเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์สิ่งสำคัญคือเรื่องของกฎหมาย และกฎหมายการพนันที่มีอยู่ล้าสมัย และไม่สามารถใช้บังคับครอบคลุมสเกลขนาดใหญ่ได้ จึงต้องตั้งคณะอนุกฎหมายขึ้นมายกร่างกฎหมาย เพื่อดำเนินการต่อไป โดยจะส่งเรื่องเข้า ครม. เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นแม่งาน และมอบหมายกฤษฎีกาดูเรื่องยกร่างกฎหมาย ว่ายังมีสิ่งใดบกพร่องหรือต้องเพิ่มเติม และเปิดรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานรวมถึงประชาชนตามมาตรา 77 เมื่อจบในชั้น ครม.จะต้องส่งกลับไปสภา เวลานี้ยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นพื้นที่ใด ที่พูดๆ กันเป็นข่าวลือข่าวเล่าอ้างทั้งสิ้น” นายจุลพันธ์กล่าว

Advertisement

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การพัฒนาโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ถือเป็นผลประโยชน์ต่อรายได้ที่จะเกิดมากขึ้น เพราะในพื้นที่จะมีกิจกรรมหลากหลาย ส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามมา ซึ่งการสร้างกาสิโนจะใช้พื้นที่ไม่เกิน 5% ของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น และไม่ใช่ทุกคนจะอยากเล่นกาสิโน แต่จะเป็นทางเลือกในการทำกิจกรรมที่หลากหลาย ในพื้นที่อื่นๆ ตามที่รัฐบาลระบุว่าอาจจะมีการก่อสร้างกิจกรรมเพื่อความบันเทิง เช่น สวนสนุกขนาดใหญ่ หรือดิสนีย์แลนด์ หรืออาจเป็นยูนิเวอร์แซล เหล่านี้ถือเป็นการพัฒนาประเทศดึงดูดการท่องเที่ยวและการลงทุน อีกทั้งการท่องเที่ยวจะใช้แต่ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเดียวไม่ได้ เพราะจะทำให้ทรัพยากรที่มีทรุดโทรมลงได้ ดังนั้น จึงต้องสร้างสิ่งก่อสร้างเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง และแม้การจะเปิดให้มีการเล่นการพนันก็ควรออกกฎหมายที่ครอบคลุม หรือมีการทำกฎหมายที่ใช้ได้ในวงกว้าง และพิจารณาให้เข้ากับสังคม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการมอมเมาประชาชนตามมาŽ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image