หน้าแรก เศรษฐกิจ ทีทีบี ชู 4 ก...

ทีทีบี ชู 4 กลยุทธ์ดันดิจิทัลแพลตฟอร์ม หนุนรายได้ค่าฟีโตมากกว่า 15%

3.04.24 | 14:20 น.

ทีทีบี ชู 4 กลยุทธ์ดันดิจิทัลแพลตฟอร์ม หนุนรายได้ค่าฟีเติบโตมากกว่า 15%


เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) เปิดเผยว่า ปี 2566 ธนาคารมีกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate) จำนวน 45,000 บริษัท และมีลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา อยู่ที่ 230,000 บริษัท จากการดำเนินงานที่ดี ทำให้บริษัทมีคุณภาพสินเชื่อดีขึ้นจากระดับ 1.2% ลดลงที่ 0.86% รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตมากกว่า 3% เงินฝากจากบัญชี เพื่อทำธุรกรรมเติบโตมากกว่า 10% เป็น 80% ของเงินฝากในกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ขณะเดียวกัน จำนวนลูกค้าธุรกิจใช้ดิจิทัลเติบโตขึ้น 21% ปริมาณธุรกรรมผ่านดิจิทัลเติบโตขึ้น 10% ยอดธุรกรรมผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มสูงถึง 41 ล้านธุรกรรม ธุรกรรมผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม คิดเป็น 96% ของธุรกรรมของลูกค้าธุรกิจทั้งหมด

นายศรัณย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ธนาคารเพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกิจด้วยดิจิทัลโซลูชันในทุกช่วงของธุรกิจ สะท้อนจากจำนวนสาขาธนาคารที่ลดลงจากไตรมาส 1/2564 จำนวนสาขาอยู่ที่ 681 สาขา แต่ในไตรมาส 4/2566 ลดลงอยู่ที่ 532 สาขา ซึ่งสอดคล้องกับการทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลแบงก์กิ้งของลูกค้ามากขึ้น โดยปี 2566 แบ่งการทำธุรกรรมในช่องทางปกติ อยู่ที่ 3.5% ขณะที่การทำธุรกรรมผ่านดิจิทัล อยู่ที่ 96.5%

ดังนั้น จากการดำเนินธุรกรรมผ่านดิจิทัลขยายตัวต่อเนื่อง โดยปี 2567 ธนาคารตั้งเป้าเรื่องต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Risk cost) อยู่ที่ 0.86-0.7% รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตมากกว่า 15% เงินฝากจากบัญชี เพื่อทำธุรกรรมเติบโต 5% เป็น 85% ของเงินฝาก จำนวนลูกค้าธุรกิจใช้ดิจิทัลเติบโตขึ้น 23% ปริมาณธุรกรรมผ่านดิจิทัลเติบโตขึ้น 30% ยอดธุรกรรมผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มสูงถึง 52 ล้านธุรกรรม และธุรกรรมผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม คิดเป็น 96% ของธุรกรรมของลูกค้าธุรกิจทั้งหมด

Advertisement


นายศรัณย์ กล่าวว่า ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องแก่เอสเอ็มอีและลูกค้าธุรกิจให้มีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นในทุกด้าน โดยธนาคารมี ttb business one ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ เป็นแพลตฟอร์มหลักในการเชื่อมต่อดิจิทัลโซลูชันทางธุรกิจ สำหรับในปี 2567 นี้ ธนาคารพร้อมสนับสนุนลูกค้าสู่การเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ความยั่งยืน ตลอดจนยกระดับการทำธุรกรรมทางธุรกิจสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ ด้วย 4 กลยุทธ์ ได้แก่

1.ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรมด้วยโซลูชัน 360 องศาที่ออกแบบมาเพื่อแต่ละอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์เฉพาะให้แต่ละอุตสาหกรรมอย่างครบวงจร ทั้งสินเชื่อ ธุรกรรมการเงินทั้งในและต่างประเทศ โดยดูแลตั้งแต่ธุรกิจ การเงินส่วนตัวสำหรับเจ้าของกิจการ รวมถึงพนักงานของบริษัท ทีทีบีได้นำจุดแข็งในฐานะผู้นำด้านสินเชื่อรถยนต์ การบริหารรับ-จ่ายเงิน และบัตรเครดิตน้ำมันธุรกิจ พัฒนาโซลูชันที่เกี่ยวกับรถยนต์ได้อย่างครบวงจร ตอบโจทย์ในทุกความต้องการของทุกส่วนในซัพพลายเชน ตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ผู้ผลิตรถยนต์ ดีลเลอร์รถยนต์ จนไปถึงผู้ซื้อและผู้ขายรถยนต์

ในส่วนของอุตสาหกรรมการศึกษา อย่างโรงเรียนนานาชาติ ที่มีทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และครูต่างชาติ ทีทีบีได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถรับ-จ่ายเงินเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ทำได้สะดวกผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มของธนาคาร แม้กระทั่งอุตสาหกรรมการเกษตร ธนาคารก็ได้เข้าไปช่วยพัฒนาโซลูชันตั้งแต่โรงงานจนถึงชาวไร่ จนเพิ่มประสิทธิภาพให้ทั้งระบบได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ สนับสนุนลูกค้าเอสเอ็มอีให้สามารถเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างเป็นคู่ค้ากับภาครัฐ  ด้วยสินเชื่อที่เหมาะสมตามขั้นตอนและเพียงพอจนสามารถส่งมอบงานได้ พร้อมกับเพิ่มสภาพคล่องให้ เพียงนำใบแจ้งหนี้และใบตรวจรับงานมาขายลดหนี้รับเงินไปใช้ได้ก่อน

2.สนับสนุนลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นธุรกิจที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Green Transition Solutions) ทีทีบีตอกย้ำการเป็นธนาคารเพื่อความยั่งยืน ตามแนวคิด B+ESG พร้อมสนับสนุนลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สามารถรับมือกับมาตรการทางการค้าที่หลายประเทศเริ่มนำมาใช้ เพื่อผลักดันให้ธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

รวมถึงกติกาใหม่ของประเทศไทยอย่าง Thailand Taxonomy และรวมถึง พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้องค์กรใหญ่หลายแห่งก็ได้เริ่มกำหนดให้ซัพพลายเออร์และคู่ค้าต้องดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเช่นกัน หากไม่สามารถทำตามเกณฑ์ก็อาจสูญเสียโอกาสในการทำธุรกิจ หรือมีต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้นได้

นอกจากนี้ เพื่อสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่รูปแบบใหม่ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ธนาคารมีโซลูชันที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน หรือ Transition Finance อาทิ สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) สินเชื่อสีฟ้า (Blue Loan) สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop Finance) สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (HP Program for EV) เป็นต้น รวมถึงการจัดสัมมนาและให้ความรู้เพื่อสร้างความตระหนักแก่ผู้ประกอบการ โดยทีทีบีตั้งเป้าสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนสำหรับลูกค้าธุรกิจถึง 60,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี

3.เพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกิจด้วยดิจิทัลโซลูชันในทุกขั้นตอนของธุรกิจ (Digital Solutions) หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้มีการทำธุรกิจผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยในปี 2562 การเติบโตด้านธุรกรรมดิจิทัลของลูกค้าธุรกิจทีทีบี สูงขึ้นกว่า 20% และปัจจุบันลูกค้าธุรกิจโดยทั่วไปทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลแบงก์กิ้ง 95-98% แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงินภายในประเทศ (Cash Management)

ขณะที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มสินเชื่อธุรกิจและธุรกรรมระหว่างประเทศยังคงมีการทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลในสัดส่วนที่น้อยอยู่ เนื่องจากบางธุรกรรมยังต้องเดินทางไปทำที่สาขาหรือมีความต้องการเอกสารเป็นกระดาษ ซึ่งทีทีบีได้พัฒนาช่องทางดิจิทัลแบงก์กิ้งที่ดีที่สุด นั่นคือ ttb business one ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ ที่ใช้ได้ทั้งอินเทอร์เน็ตและโมบายแบงก์กิ้ง ให้ลูกค้าธุรกิจทำธุรกรรมออนไลน์ได้สะดวกและง่าย ควบคุมธุรกิจได้ในที่เดียว

ปีนี้ ทีทีบีได้วางเป้าหมายในการมุ่งมั่นพัฒนาทุกขั้นตอนของการทำธุรกรรมให้สามารถทำบนดิจิทัลได้ทั้งหมด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มสินเชื่อธุรกิจและธุรกรรมระหว่างประเทศ เช่น การเปิดบัญชีผ่านช่องทางดิจิทัล ถอนเงินทางออนไลน์โดยไม่ต้องไปสาขา การออกหนังสือค้ำประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-LG) การขอสินเชื่อทางดิจิทัล และการให้บริการเชื่อมต่อระบบของลูกค้ากับธนาคารสำหรับธุรกรรมในประเทศและระหว่างประเทศ (Host to Host Service) เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็น 98%

4.พัฒนาโซลูชันบริหารความเสี่ยงที่ครบครันสำหรับผู้นำเข้าและส่งออก (Importer-Exporter Solutions) จากสภาวะสงครามและการเมืองต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดความผันผวนในสกุลเงินต่าง ๆ โดยเฉพาะสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีความผันผวนสูงถึง 9% ผู้ส่งออกนำเข้าของไทยส่วนใหญ่ยังใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายสินค้า ซึ่งทำให้มีความท้าทายในการบริหารจัดการความเสี่ยง ธนาคารจึงได้แนะนำให้ลูกค้าเปลี่ยนมาซื้อขายเป็นสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งมีความผันผวนน้อยกว่ามาก

โดยทีทีบีถือเป็นธนาคารแนวหน้าในการพัฒนาเครื่องมือในการช่วยบริหารสกุลเงินท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น บัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน (ttb multi-currency account) ที่ทำให้ลูกค้าสะดวก คล่องตัว ด้วยการใช้บัญชีเดียวในการบริหารได้ถึง 11 สกุลเงิน สามารถใช้ซื้อ ขาย รับ จ่ายได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยทีทีบีเป็นธนาคารแรกและธนาคารเดียวที่เสนอบัญชีประเภทนี้    

นอกจากนี้ ยังเป็นธนาคารแรกที่เสนอเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงสกุลเงินหยวน ผ่านผลิตภัณฑ์ Yuan Pro-rata Forward ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ ในปีนี้ ทีทีบียังคงเดินหน้าพัฒนาบริการและโซลูชันที่มุ่งตอบโจทย์ผู้นำเข้าส่งออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงในการทำการค้าระหว่างประเทศ

“ทีทีบีมั่นใจว่าจาก 4 กลยุทธ์ ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีมากกว่าเดิม และจะส่งผลให้ในปี 2567 เป้าหมายทุกด้านสามารถเติบโตได้ตามที่ตั้งไว้ โดยยังคงมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรที่เอสเอ็มอีและลูกค้าธุรกิจไว้วางใจ พร้อมสนับสนุนให้ลูกค้าสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ในทุกสถานการณ์ สามารถก้าวผ่านความท้าทายต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายศรัณย์กล่าว