ต่างชาติ ช้อปคอนโดไทย 1.4 หมื่นยูนิต ‘จีน’ ยังครองตลาดสูงสุด ‘พม่า’ ซื้อแพงสุด ทำเล ‘ชลบุรี’ มาแรงแซงกทม.
เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ภาวการณ์ของหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ของห้องชุดของคนต่างชาติในปี 2566 ที่ผ่านมามีสัดส่วนการซื้อห้องชุดของคนต่างชาติ มีการปรับเพิ่มขึ้นของสัดส่วนหน่วยและมูลค่าเมื่อเที่ยบกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งระบบ โดยเพิ่มเป็นร้อยละ 13.4 และ 24.0 ตามลำดับ จากร้อยละ 10.8 และ 20.5 ในปี 2565
หากดูจำนวนค่าเฉลี่ยของการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในปี 2566 พบว่าอยู่ที่ 3,600 หน่วยต่อไตรมาส โดยมีจำนวนหน่วยใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด- 19 ที่มีจำนวนอยู่ที่ 3,300 หน่วยต่อไตรมาส แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะที่ดีและเริ่มเป็นปกติแล้ว
นายวิชัย กล่าวว่า ปี 2566 มีหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ของคนต่างชาติจำนวน 14,449 หน่วย และมีมูลค่า 73,161 ล้านบาท หากพิจารณาในรายพื้นที่จังหวัด พบว่าหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในชลบุรีมาเป็นอันดับ 1 จำนวน 5,935 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 41.1 ขณะที่กรุงเทพฯเป็นอันดับ 2 จำนวน 5,484 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 38.0 ของการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดของคนต่างชาติ ทั้ง 2 จังหวัดมีสัดส่วนจำนวนหน่วยรวมกันสูงถึงร้อยละ 79.0 และมูลค่ารวมกันสูงถึงร้อยละ 85.4 ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า ชลบุรีเพิ่งมีการขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในปี 2566 ซึ่งมีความแตกต่างจากช่วงปี 2561-2565 ที่กรุงเทพฯเคยเป็นจังหวัดที่มียอดโอนกรรมสิทธิ์ของคนต่างชาติมาเป็นอันดับ 1
นายวิชัย กล่าวว่า สัญชาติคนต่างชาติที่รับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ในปี 2566 พบว่า ผู้ซื้อสัญชาติจีน เป็นกลุ่มที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมากที่สุดทั่วประเทศ มีการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วทั้งหมด 6,614 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 45.8 ของหน่วยทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ รัสเซีย จำนวน 1,260 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.7 สหรัฐอเมริกา จำนวน 631 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.4 พม่า จำนวน 564 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.9 และไต้หวัน จำนวน 532 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.7

“หากพิจารณาตั้งแต่ ปี 2561-2565 สัญชาติที่มีจำนวนหน่วยสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และ ฝรั่งเศส แต่ในปี 2566 กลับพบว่า หน่วยสะสมสูงสุด 5 อันดับแรกเปลี่ยนแปลงดังนี้ จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา พม่า และไต้หวัน” นายวิชัยกล่าว
ส่วนของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั่วประเทศให้คนต่างชาติทั่วประเทศในปี 2566 มี การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้ผู้ซื้อสัญชาติจีน เป็นมูลค่าสูงสุด จำนวน 34,132 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 46.7 ของมูลค่าทั้งหมด ส่วนอีก 4 สัญชาติที่มีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์รองลงมาคือ รัสเซีย จำนวน 4,455 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.1 ถัดมา คือ พม่า จำนวน 3,707 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.1 สหรัฐอเมริกา จำนวน 3,227 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.4 และไต้หวัน จำนวน 2,908 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.0
“ผู้ซื้อสัญชาติจีนยังคงเป็นกลุ่มที่มีหน่วยและมูลค่าการโอนเป็นอันดับ 1 มีสัดส่วนร้อยละ 45.8 และ 46.7 ตามลำดับ อันดับ 2 รัสเซีย ทั้งนี้ ผู้ซื้อจากสหรัฐอเมริกามีหน่วยการโอนเป็นอันดับ 3 ขณะที่ผู้ซื้อจากเมียนมา มีมูลค่าการโอนเป็นอันดับ 3
ยังพบประเด็นที่น่าสนใจ ในไตรมาสนี้สัญชาติพม่ายังคงมีการโอนห้องชุดที่มีราคาเฉลี่ยต่อหน่วยสูงสุดที่ 6.6 ล้านบาท ในขณะที่สัญชาติสหราชอาณาจักรมีการโอนห้องชุดขนาดเฉลี่ยใหญ่สุดอยู่ที่ 56.5 ตารางเมตร” นายวิชัยกล่าว


