หน้าแรก เศรษฐกิจ ชายสี่ กำไรพุ...

ชายสี่ กำไรพุ่ง121% เร่งทรานฟอร์มธุรกิจ ยกระดับแฟรนไชส์ ลุยซื้อกิจการ

3.04.24 | 22:28 น.
นายพันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการบริหารบริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

ชายสี่ กำไรพุ่ง 121% เร่งทรานฟอร์มธุรกิจ ยกระดับแฟรนไชส์ ลุยซื้อกิจการ


เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายพันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการบริหารบริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์สตรีทฟู้ดในเครือ รวม 7 แบรนด์ ได้แก่ ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ชายสี่พลัส ชายใหญ่ข้าวมันไก่ พันปีบะหมี่เป็ดย่าง อาลีหมี่ฮาลาล ไก่หมุนคุณพัน ลูกชิ้นทอดโอ้มายก๊อด รวมทุกแบรนด์กว่า 4,500 สาขา และยังมีอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมทานภายใต้แบรนด์ชายสี่โกลด์ พร้อมด้วยเครื่องปรุงเพื่อจำหน่ายอีกกว่า 200 รายการ

ซึ่งทุกแบรนด์สินค้าในเครือต่างได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพที่สดใหม่ วัตถุดิบส่งตรงจากศูนย์การผลิตและกระจายสินค้าทั้งหมด 7 แห่งทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ รวมถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และราคาที่เข้าถึงได้จากทั้งผู้ขายและผู้บริโภค ทำให้ชายสี่เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง

นายพันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการบริหารบริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด

นายอนุชิต สรรพอาษา กรรมการผู้จัดการบริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า หลังผ่านวิกฤต-19 บริษัทกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2565 มียอดขายสูงสุดในประวัติการณ์ มีรายได้รวม 1,085 ล้านบาท และยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วงปี 2565-2566 บริษัทเริ่มสู่การทรานส์ฟอร์มธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การบริหารต้นทุน รวมถึงปรับโครงสร้างการบริหารงาน ให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากทั้งหมดทำให้มียอดขายกว่า 1,100 ล้านบาท กำไรเติบโตมากกว่า 121%

Advertisement

นายอนุชิต กล่าวว่า ล่าสุดกำลังเดินหน้าสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ผ่าน 3 กลยุทธ์ คือ 1.พัฒนามาตรฐานแฟรนไชส์ ปรับปรุงระบบให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ใช้ประโยชน์จากศูนย์การผลิตและจัดส่งที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย 2.พัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมตามความต้องการของตลาด รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้โดยง่าย ทั้งร้านอร่อยริมทาง ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และช่องทางออนไลน์ นอกจาก 7 แบรนด์สตรีทฟู้ด ยังมีสินค้าพร้อมทานขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต และ3.พัฒนาพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจและเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพ

ล่าสุด เข้าซื้อกิจการร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังเมืองกรุงเก่า “เสือร้องไห้” และ เบเกอรี่ “บริกซ์” โดยในการเข้าซื้อกิจการใช้รูปแบบยังคงสัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อให้เจ้าของแบรนด์ยังบริหารและพัฒนาแบรนด์ต่อได้ อีกทั้งยังสร้างโอกาสขยายธุรกิจไปต่างประเทศ

โดยอยู่ระหว่างจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ Cabalen Group กลุ่มธุรกิจอาหารยักษ์ใหญ่ของประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อส่งมอบตำนานความอร่อยสู่สากล โดยในปี 2567 จะลงทุน 50-100 ล้านบาท สร้างโรงงานที่ประเทศฟิลิปปินส์ และซื้อกิจการเพิ่ม โดยตั้งเป้ามีรายได้ 1,500 ล้านบาท เติบโต 25% จากปี 2566