ราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดรอบ 5 เดือน ทองพุ่งสูงสุดตลอดกาล
ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งแต่ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งของน้ำมันดิบ ขณะที่กลุ่มโอเปคพลัสเรียกร้องให้สมาชิกยังคงรักษากลยุทธ์ในการลดกำลังการผลิต
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อ เนื่องโดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือปิดที่เกือบ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากผู้เชี่ยวชาญของโอเปคพบกันเพื่อหารือเกี่ยวกับการขยายเวลาการลดกำลังผลิต
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือเพิ่มขึ้น 0.5% มาปิดที่ 89.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเพิ่มขึ้น 0.3% มาอยู่ที่ 85.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นักวิเคราะห์ระบุว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง บวกกับการลดอุปทานการผลิตของโอเปค และข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของจีนกำลังช่วยผลักดันให้เกิดสภาพการณ์ดังกล่าว
ขณะเดียวกันราคาทองคำกำหนดส่งมอบเดือนมิถุนายนก็ขยับขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดกาลที่ 2,315 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 9.12% ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
ตลาดหุ้นในยุโรปปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ลดต่ำลงทำให้เกิดความหวังว่าธนาคารกลางยุโรปจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ดัชนี FTSE ในลอนดอนไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยปิดที่ 7,937.44 จุด ดัชนี CAC 40 ในปารีส เพิ่มขึ้น 0.3% ปิดที่ 8,153.23 จุด ดัชนี DAX ของแฟรงค์เฟิร์ต เพิ่มขึ้น 0.5% ปิดที่ 18,367.72 จุด และดัชนี EURO STOXX 50 เพิ่มขึ้น 0.5% มาปิดที่ 5,069.25 จุด
ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐมีการปรับขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐยังคงรักษาความหวังว่า จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐภายในปีนี้
ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 0.1% มาปิดที่ 5,221.49 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 0.2% ที่ 16,จุดจุด ส่วนดัชนีดาวโจนส์จะลดลง 0.1% บิดที่ 39,127.14 จุด
ด้านดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียได้ร่วงลงเกือบทั้งหมดเมื่อวานนี้ จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในไต้หวัน และต้องรอจับตาดูสถานการณ์หลังเปิดตลาดในวันนี้ต่อไป

