ทองคำร้อนแรงไม่หยุด เปิดตลาดขึ้น 2 ครั้ง 400 บาท ทองรูปพรรณ 40,450 บาทแล้ว บาทแข็งค่าขึ้น หลังประธานเฟดหนุนลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้
เมื่อวันที่ 4 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทองคำได้เปิดตลาดปรับขึ้นแล้ว 2 ครั้งเช้านี้ โดยครั้งแรก 09.00 น. เปิดตลาดขึ้น 350 บาท ก่อนที่เวลา 09.19 น. จะปรับขึ้นอีก 50 บาท รวม 400 บาท
โดย ราคาทองแท่ง รับซื้อ 39,850 บาท ขายออก 39,950 บาท ทองรูปพรรณ 39,127 บาท ขายออก 40,450 บาท

ขณะที่ค่าเงินบาทนั้น นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.60 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.70 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.50-36.70 บาท/ดอลลาร์
นายพูนกล่าวว่า โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น (แกว่งตัวในช่วง 36.58-36.68 บาทต่อดอลลาร์) ทั้งนี้ในช่วงแรก เงินบาทได้เคลื่อนไหวอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 36.75 บาทต่อดอลลาร์ ที่เราได้ประเมินไว้ก่อนหน้า ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังรายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด อีกทั้งประธานเฟดสาขา Atlanta (Raphael Bostic) ก็ออกมาสนับสนุนว่า เฟดควรลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง ในปีนี้
อย่างไรก็ดี เงินบาทได้พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องไปตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ รวมถึงโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรราคาทองคำ หลังรายงานดัชนี ISM PMI ภาคการบริการของสหรัฐฯ เดือนมีนาคม ออกมาต่ำกว่าคาดไปมาก ส่วนถ้อยแถลงของประธานเฟด Jerome Powell ที่ย้ำจุดยืนว่า เฟดยังไม่รีบลดดอกเบี้ยจนกว่าเฟดจะมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ได้ ก็ไม่ได้ส่งผลต่อตลาดการเงินมากนัก เนื่องจากท่าทีดังกล่าวของประธานเฟดไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและสอดคล้องกับมุมมองของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่
“ สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ รวมถึงรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ล่าสุด ซึ่งอาจมีการส่งสัญญาณต่อแนวโน้มการทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ECB ในปีนี้ได้ ”นายพูนกล่าว
นายพูนกล่าวว่า สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราคงมองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทนั้นเริ่มชะลอลง ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์และอานิสงส์ของโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ นอกจากนี้ จากการประเมินปัจจัยเชิงเทคนิคัล สัญญาณ Bearish Divergence บน USDTHB ก็มีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อประเมินจากภาพการเคลื่อนไหวของเงินบาทรายชั่วโมง และราย 4 ชั่วโมง ทำให้เงินบาทอาจชะลอการอ่อนค่าลง และน่าจะยังไม่อ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 36.70-36.80 บาทต่อดอลลาร์ ไปก่อน จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะทยอยรับรู้รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้
ขณะที่การกลับมาแข็งค่าขึ้นก็อาจยังติดโซนแนวรับ 36.45 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากเงินบาทยังขาดปัจจัยหนุนการแข็งค่า อีกทั้งผู้เล่นในตลาดจะยังไม่รีบกลับมาเพิ่มสถานะ Long THB หรือลดสถานะ Short THB อย่างมีนัยสำคัญ จนกว่าจะรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ก่อน
ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในช่วง 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อย่าง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ตั้งแต่ช่วง 19.30 น. เป็นต้นไป
“เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวผันผวนสูงกว่าปกติ ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”นายพูนกล่าว

