‘ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป’พลิกฟื้นรายได้
ลุยภารกิจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง
เ มื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก เปิดตัวเลขผลประกอบการปี 2566 มียอดขาย 136,153 ล้านบาท ลดลง 12.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานปกติ อยู่ที่ 4,499 ล้านบาท ลดลง 37.0%
“ธีรพงศ์ จันศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีที่ผ่านมานับเป็นปีแห่งความท้าทายจากการปรับขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ ที่กดดันตลาดที่ไทยยูเนี่ยนดำเนินธุรกิจอยู่ ซึ่งมีผลต่อเนื่องไปถึงค่าครองชีพและกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมธุรกิจจะยังคงอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก แต่ไทยยูเนี่ยนสามารถรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ในไตรมาสสุดท้ายของปียังสามารถทำกำไรได้ดีในทุกกลุ่มธุรกิจ กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เยือกแข็ง มียอดขาย 12,525 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 8.0% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14.4% และยังมีกระแสเงินสดอิสระเป็นบวก มูลค่าถึง 2,842 ล้านบาท
ซีอีโอธีรพงศ์เน้นย้ำว่า บริษัทยังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว จากเป้าหมาย “การมีสุขภาพที่ดีและท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์ หรือ Healthy Living, Healthy Oceans” ให้ความสำคัญกับสุขภาพผู้คน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ท้องทะเล ไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ยังเปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการเลี้ยงกุ้ง ตั้งเป้าสร้างการเปลี่ยนแปลงในการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบก้าวกระโดดและยั่งยืน
โดยร่วมมือกับองค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติระดับโลก The Nature Conservancy (TNC) และบริษัท อาโฮลด์ เดอแลซ สหรัฐอเมริกา (Ahold Delhaize USA) หนึ่งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกระดับโลก
“อดัม เบรนนัน” ผู้อำนวยการกลุ่มด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า โครงการนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมและลงมือทำอย่างจริงจังของไทยยูเนี่ยนเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารทะเลแบบยั่งยืนในอนาคต เพื่อให้บรรลุผลตามโครงการริเริ่มเป้าหมายที่อิงหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets initiative) หรือ SBTi ที่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 42% ในระบบปฏิบัติการและห่วงโซ่อุปทานของเรา
โครงการนำร่องตั้งเป้าผลิตกุ้งปีละประมาณ 1,000 ตัน กระบวนการผลิตต้องลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และเป็นกุ้งที่มีคุณภาพสูงและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่โรงเพาะฟักลูกกุ้งจนถึงจุดสิ้นสุดของกระบวนการจัดส่ง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์กุ้งคุณภาพสูงไปยังบริษัท ชิคเก้น ออฟ เดอะ ซี โฟรเซ่น ฟู้ดส์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป
ผู้อำนวยการอดัมระบุด้วยว่า การทำงานร่วมกับ TNC จะช่วยให้ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เป็นผู้นำและต้นแบบในการผลิตกุ้งที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม แต่สามารถสร้างประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อีกด้วย
โดยโครงการนำร่องในปี 2567 จะเป็นข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเทของเราในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและกำหนดเกณฑ์มาตรฐานใหม่ด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมอาหารทะเล
อีกทั้งโครงการนี้จะช่วยพลิกโฉมอุตสาหกรรมกุ้งให้มีความยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และมีความเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น ซึ่งแนวทางการปฏิบัติที่ยั่งยืนจะนำไปสู่การสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และเรามุ่งมั่นว่าจะสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นต้นแบบให้กับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมทั้งหมด
ผู้อำนวยการอดัมอธิบายว่า ในช่วงเริ่มต้นโครงการนี้จะมุ่งไปที่การลงทุนในฟาร์มเป็นหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต ลดการใช้พลังงาน และเพิ่มการใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในส่วนของฟาร์มและอาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้งนั้นเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุเป้าหมายที่จะเพิ่มผลผลิตและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ควบคู่กัน
“หลังจากโครงการนำร่องนี้ประสบความสำเร็จ ไทยยูเนี่ยนวางแผนที่จะเพิ่มขนาดของโครงการไปยังฟาร์มกุ้งอื่นๆ ในประเทศไทย และพื้นที่อื่นๆ โดยการขยายของโครงการจะช่วยส่งต่อหลักปฏิบัติที่ยั่งยืนให้กับเกษตรเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่แนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนมากขึ้น” ผู้อำนวยการอดัมระบุ
ขณะที่การร่วมงานกับบริษัท อาโฮลด์ เดอแลซ สหรัฐอเมริกา หนึ่งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกระดับโลก ผู้อำนวยการอดัมระบุว่า บริษัทได้ตกลงให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์กุ้งในโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง ผ่านแบรนด์ Food Lion และ Hannaford
โดย อาโฮลด์ เดอแลซ สหรัฐอเมริกา และแบรนด์ท้องถิ่นในเครือ ต่างให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนและรับผิดชอบต่อกระบวนการคัดสรรและจัดซื้อวัตถุดิบในทุกผลิตภัณฑ์ เพราะตระหนักถึงความจำเป็นอันเร่งด่วนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม
ซึ่งโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง เป็นก้าวสำคัญของวงการอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน เพื่อเดินหน้าไปสู่การผลิตอาหารทะเลอย่างยั่งยืน ผ่านนวัตกรรมและการร่วมมือด้วยความทุ่มเท
เพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานใหม่ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มกุ้ง สำหรับอุตสาหกรรมให้เกิดขึ้น

