หน้าแรก เศรษฐกิจ เทศกาลสงกรานต...

เทศกาลสงกรานต์ ผู้โดยสารสุวรรณพุ่งเฉียด 2 แสนคน/วัน ’10 แอร์ไลน์’ ขอเพิ่มเที่ยวพิเศษเหมาลำ

5.04.24 | 13:08 น.

เทศกาลสงกรานต์ ผู้โดยสารสุวรรณพุ่งเฉียด 2 แสนคน/วัน ’10 แอร์ไลน์’ ขอเพิ่มเที่ยวพิเศษเหมาลำ

เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์วันที่ 11-17 เมษายน 2567 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) คาดการณ์มีจำนวนผู้โดยสารในภาพรวม 1,340,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 191,000 คน สำหรับเที่ยวบินในช่วงดังกล่าวคาดจะมี 7,022 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 1,000 เที่ยวบิน โดยมีสายการบินขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเช่าเหมาลำ 10 สายการบิน รวมทั้งสิ้น 170 เที่ยวบิน ซึ่งสายการบินที่ขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ไทยเวียตเจ็ทแอร์ บางกอกแอร์เวย์ส และการบินไทย

นายกิตติพงศ์กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้รัฐบาลได้มีนโยบายให้จัดงาน Maha Songkran World Water Festival เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2567 ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2567 เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการมาตรการระยะสั้นให้สายการบินเพิ่มเที่ยวบินในช่วงเวลาดังกล่าว ให้รองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายกิตติพงศ์กล่าวว่า ในส่วนของสุวรรณภูมิ ได้เตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการ ขานรับนโยบาย จัดตั้งศูนย์ Operations Command Center เพื่อบริหารจัดการเรื่องความแออัดของผู้โดยสารที่มาใช้บริการ และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเวรตรวจติดตามบริเวณที่มีผู้โดยสารหนาแน่นผ่านกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานสายการบินให้จัดเจ้าหน้าที่ เปิดเคาน์เตอร์เช็กอินเพิ่มให้เพียงพอต่อการให้บริการ ประสานกองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มอัตรากำลังบริเวณจุดตรวจหนังสือเดินทางทั้งขาเข้าและขาออก และประสานผู้ให้บริการภาคพื้นเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และอุปกรณ์ให้เพียงพอ ยังได้นำระบบในการให้บริการให้เพียงพอ

Advertisement

นายกิตติพงศ์กล่าวว่า รวมถึงได้เริ่มนำระบบ Airport Collaborative Decision Making (A-CDM) เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ Real time ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท่าอากาศยาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานท่าอากาศยาน สายการบิน ผู้ให้บริการภาคพื้น และผู้ให้บริการการจราจรทางอากาศ สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการวางแผนการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่อากาศยานทำการบินออกจากต้นทางจนถึงอากาศยานทำการบินลง และออกจากท่าอากาศยาน รองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว

นอกจากนี้ยังได้มีการประชาสัมพันธ์สนับสนุนให้ผู้โดยสารมาใช้ระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (Common Use Self Service: CUSS) และระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (Common Use Bag Drop: CUBD Kiosk) เป็นอีกทางเลือกให้ผู้โดยสารทำการเช็กอินและโหลดกระเป๋าด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอรับบริการที่เคาน์เตอร์สายการบินรวมถึงทำการตรวจบัตรโดยสารและโหลดสัมภาระล่วงหน้า 4 ชั่วโมง ลดความคับคั่งของผู้โดยสารขาออกที่มาก่อนเวลาปกติ 3 ชั่วโมง ปัจจุบันดำเนินการแล้ว 27 สายการบิน
และมีการนำแอพพลิเคชั่น “SAWASDEE by AOT” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่อำนวยความสะดวก แก่ผู้โดยสารในการตรวจสอบบริการต่างๆ ของท่าอากาศยาน ช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว สำหรับการเดินทางเข้า-ออก ผู้โดยสารสามารถเลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อกับสนามบินได้หลายรูปแบบ อาทิ รถแท็กซี่สาธารณะ รถรับจ้างสาธารณะ รถไฟฟ้า Airport Rail Link รถโดยสารสาธารณะต่างๆ และรถลีมูซีนของสนามบิน

นายกิตติพงศ์กล่าวว่า โดยในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารใช้บริการหนาแน่น จะมีการประสานผู้ให้บริการรถรับจ้างสาธารณะต่างๆ เตรียมรถให้พร้อมเข้ามาให้บริการแก่ผู้โดยสารในช่วงดังกล่าวให้เพียงพอ พร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำกับ ดูแล ควบคุม ในการจัดให้มีการตรวจสภาพความพร้อมของผู้ขับขี่รถสาธารณะ ตรวจความพร้อมของตัวรถ โดยการตั้งจุดตรวจวัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ และตรวจสอบหาสารเสพติด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ตามที่กระทรวงคมนาคมเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนโดยการเกิดอุบัติเหตุของระบบขนส่งสาธารณะจะต้องเป็นศูนย์

“ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้โดยสารเดินทางมาถึงท่าอากาศยานให้เร็วกว่าปกติ โดยหากเดินทางระหว่างประเทศให้เผื่อเวลาล่วงหน้า 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องบินออก และ 2 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ” นายกิตติพงศ์กล่าว