หอการค้า ชี้เศรษฐกิจยังจำเป็นต้องใช้มาตรการทางคลัง หวังแจกหมื่นได้จริงช่วงเดือนกันยายนนี้
เมื่อวันที่ 5 เมษายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท จากท่าทีของรัฐบาลคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน 2567 หรือปลายงบประมาณแผ่นดินในปี 2567 และจะใช้งบประมาณในปี 2568 เป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีแนวโน้มจะทำงบประมาณขาดดุลกรณีพิเศษปีเดียวขาดดุล 860,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 150,000 ล้านบาท จากที่คาดการณ์ว่าจะขาดดุลประมาณ 700,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน คาดว่ารัฐบาลจะใช้เงินดิจิทัลช่วงปลายไตรมาส 3 และต้นไตรมาส 4 จำนวน 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี อาจทำให้เศรษฐกิจมีความคึกคักขึ้นได้ และอาจจะบวกขึ้นมาได้ประมาณ 0.3-0.5% ต่อจีดีพี ดังนั้น ถ้าไตรมาส 1/2567 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 1.5-2% ไตรมาส 2/2567 ขยายตัวที่ 1.8-2.5% เฉลี่ยครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยโตเฉลี่ย 1.8-2%
“ดังนั้น ความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 และ 4 ปี 2567 โดยเอามาตรการดิจิทัลวอลเล็ตเข้าไปเสริม เพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวเฉลี่ยให้ได้ประมาณ 3-3.5% จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวใกล้เคียง 2.7% ตามเป้าหมายที่หลายฝ่ายคิดไว้” นายธนวรรธน์กล่าว

