หน้าแรก เศรษฐกิจ ตลาดเบียร์  2...

ตลาดเบียร์  2.6 แสนล้าน ร้อนฉ่า เจ้าถิ่นเปิดสงครามสกัดน้องใหม่ ‘คาราบาว’ หืดจับ

7.04.24 | 22:35 น.

ตลาดเบียร์  2.6 แสนล้าน ร้อนฉ่า เจ้าถิ่นเปิดสงครามสกัดน้องใหม่ ‘คาราบาว’ หืดจับ

ร้อนฉ่าไม่แพ้องศาอากาศฤดูร้อนที่ไม่เหมือนเคย สำหรับสงครามฟองเบียร์มูลค่า 2.6 แสนล้านบาท

หลัง ”เสถียร เสถียรธรรมะ” เจ้าพ่อคาราบาวกรุ๊ป ส่งเบียร์ 2 แบรนด์น้องใหม่ ”คาราบาวและตะวันแดง” มาเป็นเบียร์ขั้วที่ 3 เพิ่มทางเลือกใหม่ให้คอเบียร์ เมื่อปลายปี 2566

โดยเปิดขายพร้อมกัน 4 รสชาติ ประกอบด้วย แบรนด์คาราบาว 2 รสชาติ ได้แก่ เบียร์ลาเกอร์ เบียร์ดุงเกล และแบรนด์ตะวันแดง 2 รสชาติ ได้แก่ เบียร์ไวเซ่น เบียร์โรเซ่

หวังชิงส่วนแบ่งการตลาดจากเจ้าตลาด “สิงห์และช้าง” ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมาอย่างยาวนานกว่า 95%

Advertisement

แต่ก็ยังหืดจับ และไม่ง่ายที่จะแหวกวงล้อมคู่แข่ง เข้าไปเจาะตลาดได้ในเร็ววันอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้

ในวันเปิดตัวเบียร์ ”ตะวันแดงIPA” เบียร์ตัวที่ 5 เมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา “เจ้าพ่อคาราบาวกรุ๊ป” ได้เผยถึงผลตอบรับ หลังจากบุกตลาดเบียร์อย่างเป็นทางการ

”เสถียร” ระบุว่า จากข้อมูลยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประเภทเบียร์ที่ได้เปิดตัวไปแล้วช่วงกลางปี 2566 นั้น ทำให้ในภาพรวมธุรกิจ เบียร์กลุ่มคาราบาวอยู่อันดับ 3 ของตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รวม โดยขณะนี้มีตัวแทนขายตามร้านค้าอยู่หลัก 10,000 ราย

“แต่หากประเมินตามแผนการทำงาน และความคาดหวังในช่วงการเปิดตัวเบียร์กลุ่มคาราบาว ถือว่ายังไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังที่วางไว้ เนื่องจากจำนวนร้านค้า หรือตัวแทนจำหน่ายยังไม่ได้มีมากเท่าที่คาดไว้ แม้ว่าสินค้าจะได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในระดับที่สูง” เสถียรกล่าวย้ำ

นอกจากนี้ยังเปิดเผยอีกว่า จากการสำรวจตลาด ทำให้ต้องต่อสู้เพื่อการแข่งขันอย่างยาวนานต่อไป ซึ่งยอดขายของเบียร์กลุ่มคาราบาวตอนนี้ดีใกล้เคียงกันในทุกประเภท โดยเฉพาะเบียร์ตะวันแดง IPA ที่เพิ่งเปิดตัวมา แต่เห็นยอดขายเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดมาก หลังจากลุ่มผู้บริโภคได้ลองเบียร์ที่เปิดตัวแล้วก็อยากลองตัวใหม่ดูบ้าง

แหล่งข่าวจากร้านค้าปลีกค้าส่งกล่าวว่า หลังคาราบาวเปิดตัวเบียร์ ทำให้มีการแข่งขันค่อนข้างดุเดือดเรื่องช่องทางการจัดหน่าย นับตั้งแต่ปลายปี 2566 จนถึงขณะนี้ โดยทางเบียร์ช้างและเบียร์สิงห์ ซึ่งเป็นเจ้าตลาดเดิมอยู่แล้ว ยังคงแจ้งกับตัวแทนจำหน่ายถึงแนวทางการทำตลาด พร้อมกับมอบสิทธิพิเศษให้กับร้านค้า

“ถ้าไม่ขายเบียร์คาราวบาว ทางเบียร์ลีโอจะให้ผลตอบแทนมากขึ้น จากเดิม 2 บาท/ลัง เป็น 5 บาท/ลัง ส่วนเบียร์ช้างก็จะให้ผลประโยชน์เพิ่มเช่นกัน ซึ่งถือว่าได้ผล เพราะร้านค้าที่เคยขายเบียร์คาราบาวก็ไม่ได้ขายแล้ว ประกอบกับกระแสเริ่มแผ่วและขายได้ช้าด้วย ทำให้คาราบาวเจาะตลาดลำบาก แต่ยังมีช่องทางขายผ่านร้านถูกดีมีมาตรฐานและซีเจ มอร์ที่เป็นธุรกิจค้าปลีกในเครือ”แหล่งข่าวกล่าว