อสังหาขานรับมาตรการบ้านบีโอไอ 1.5 ล้าน ‘ออริจิ้น’ ทุ่มหมื่นล้าน ปั๊ม 7 พันยูนิต ‘LPN’ โดดแจม
วันที่ 10 เมษายน นายพีระพงศ์ จรูญเอก นายกสมาคมอาคารชุดไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 เมษายน 2567 เห็นชอบ 5 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ จะช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ได้ประมาณ 8 แสนล้านบาท มีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อีก 4-5 แสนล้านบาท อีกทั้งยังมีผลต่อการกระตุ้นการใช้จ่าย 1.2 แสนล้านบาท จากมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน โดยทั้งหมดจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อีก 1.7-1.8%
นายพีระพงศ์กล่าวว่า โดยมาตรการที่จะเห็นผลได้อย่างชัดเจน คือ การลดค่าโอนและจำนองที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทเหลือ 0.01% ซึ่งมีสัดส่วนเกินกว่า 85% ของการซื้อขายที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ทั้งมือหนึ่งและมือสอง ส่งผลต่อการเร่งตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในสภาวะตลาดทรงตัวเช่นนี้ ตลอดจนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของตนเองได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
นายพีระพงศ์กล่าวว่า ขณะเดียวกันกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง สามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ในรูปแบบของบ้านบีโอไอ สำหรับที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ซึ่งมาตรการนี้จะมีส่วนผลักดันให้เอกชนมีส่วนร่วมในการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางมากขึ้นทั่วประเทศ
นายพีระพงศ์กล่าวว่า ในส่วนของออริจิ้น เตรียมจะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่จะขอการส่งเสริมจากบีโอไอ จำนวน 12 โครงการ รวมประมาณ 7,000 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 10,000 ล้านบาท ในทำกรุงเทพฯไม่ไกลจากรถไฟฟ้ามาก เช่น บางแค แพรกษา เศรษฐบุตร และต่างจังหวัด เช่น บางปะกง โดยมีบางโครงการที่มีแผนจะพัฒนาอยู่แล้วนำมาปรับราคาใหม่ให้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เช่น คอนโดมิเนียมที่เศรษฐบุตร เป็นต้น โดยแบรนด์ที่จะพัฒนาคือ ดิออริจิ้น คาดว่าจะยื่นเสนอขอรับการส่งเสริมบีโอไอได้ในเร็วๆนี้
นายพีระพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้บริษัทยังมีสต๊อกบ้านและคอนโดมิเนียม ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท มาจัดโปรโมชั่นรับมาตรการรัฐในส่วนของการลดค่าโอนและจำนอง เหลือ 0.01% โดยบริษัทจะนำส่วนลดค่าโอนที่รัฐลด 1% นำมาทำเป็นโปรโมชั่นออนท็อปให้ลูกค้าอีก 5-7%
“มาตรการรัฐที่ออกมา เป็นการดึงกำลังซื้อกลุ่มระดับกลางเข้ามาด้วย คาดว่าจะทำให้มีการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาฯในปี 2567 เพิ่มขึ้น 10-15%และส่งผลบวกต่อตลาดอสังหาฯไตรมาส2 จากซึมๆ จะคึกคักขึ้นและหมุนรอบเศรษฐกิจและจีดีพีได้ 3.5% “นายพีระพงศ์กล่าว

นายอภิชาติ เกษมกุลศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล พี เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่ออกมา เป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยโดยรวม เพราะไม่ใช่แค่กระตุ้นอสังหาฯ ยังรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง ก่อสร้าง ภาคการเงิน ธุรกิจโฆษณา และบริการให้เช่าที่อยู่อาศัย
ดังนั้นการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ไม่ใช่การช่วยผู้ประกอบการอสังหาฯ แต่เป็นการสร้างฟันเฟื่องในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศให้เติบโตโดยประมาณการณ์ว่า ทุกๆ 1% ของการเติบโตของภาคอสังหาฯ จะมีผลต่อการเติบโตของจีดีพี ไม่น้อยกว่า 0.06%
“ผมเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ที่ออกมาจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะมาตรการด้านสินเชื่อและมาตรการลดหย่อนภาษีให้กับผู้ประกอบการสำหรับบ้านบีโอไอทำให้คนไทยมีบ้านที่มีคุณภาพได้มากชึ้น ซึ่ง LPN พร้อมสนับสนุนมาตรการของรัฐบาล โดยเฉพาะการสร้างบ้านบีโอไอ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งให้คนไทยมีบ้าน” นายอภิชาติกล่าว


