ธปท. ชี้มาตรการอสังหาฯ-ดิจิทัลวอลเล็ต ออกฤทธิ์ไม่แรง แย้งแจกหมื่นส่งผลเสียต่อการคลัง ควรแจกเฉพาะกลุ่ม
เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายปิติ ดิษยทัต เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เผิดเผยว่า มาตรการของภาครัฐบาลทั้งเรื่องมาตรการช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ และมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ซึ่ง กนง.คำนึงถึงและนำข้อมูลมาใช้เป็นกรณีที่นำมาวิเคราะห์ว่าผลจะเป็นอย่างไร โดยภาคอสังหาริมทรัพย์ก็มีแรงกระตุ้นบ้างแต่ก็ไม่ได้เยอะ ส่วนดิจิทัลวอลเล็ตที่คาดว่าจะเข้ามาในไตรมาส 4/2567 เนื่องจากเป็นช่วงปลายปีก็มีผลต่อเศรษฐกิจในปี 2567 ไม่เยอะมาก ส่วนใหญ่จะมีผลในปี 2568 มากกว่า
“ภาพรวมที่เคยประเมินมาตรการดิจิทัลวอลเล็ตไว้ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ลักษณะตัวโครงการเอง ซึ่งผลโดยรวมไม่ได้เยอะจนต้องกระทบต่อการกำหนดนโยบาย สำหรับรายละเอียดยังต้องขอดูข้อมูลเพื่อทำการพิจารณาก่อน” นายปิติกล่าว
น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธปท. กล่าวเสริมมาตรการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทว่า ธปท.แสดงความห่วงใยหลายประเด็น หลังจาก ธปท.ส่งข้อมูลไปเมื่อการประชุม 27 มีนาคม แต่การประชุมครั้งนี้มีการเปิดเผยถึงแหล่งที่มาในการทำมาตรการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ธปท.มีความกังวล เพราะในฐานะของ ธปท.ส่วนหนึ่งต้องเมกชัวร์ว่าวงเงินที่ได้ หรือเม็ดเงินที่ต้องใช้ ณ วันที่เริ่มจะต้องมีครบถ้วน เพราะจะเป็นไปตาม พ.ร.บ.เงินตราของ ธปท.
ดังนั้น แหล่งเงินงบประมาณจะใช้มาตรา 28 ธปท.มีความกังวล เพราะควรจะต้องผ่านกระบวนการหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง ครบถ้วน รักษาเสถียรภาพทางการเงิน และสภาพคล่องทางการคลัง จากที่ประชุมก็บอกว่าจะมีการใช้เงินจาก ธ.ก.ส. เดี๋ยวจะต้องมีการคุยกันตามขั้นตอนต่อไป เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญเหมือนกันว่าถ้าดำเนินการได้ตามปกติ และเป็นไปตาม พ.ร.บ.เงินตราก็เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ได้วางเอาไว้
นอกจากนี้ ข้อที่มีความกังวลก็เรื่องของกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นท่าทีของ ธปท.ชัดเจนมาโดยตลอดว่าอยากเห็นให้ทำเฉพาะกลุ่ม ด้วยในเรื่องความสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างคุ้มค่าให้มีประสิทธิภาพ แล้วไม่ส่งผลต่อเสถียรภาพทางการคลังมากเกินไปโดยเฉพาะระยะปานกลาง
และอีกส่วนที่กังวลในเรื่องของเสถียรภาพการเงินและการคลัง โดยส่วนหนึ่งอยากเห็นในเรื่องของแนวทางว่าการใช้จ่ายของภาครัฐเพิ่มขึ้นและหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น และในระยะปานกลางจะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร ซึ่งมีการพูดคุยกันในระดับหนึ่งไปแล้ว และเข้าใจว่าคณะงบประมาณก็มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ก็คงเป็นอีกเงื่อนไขที่สำคัญ
“และอีกส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเราก็คือเรื่องของระบบถือว่ามาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่มีระบบการชำระเงิน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นระบบใหม่ ที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ทรัพยากรและใช้เวลาในการทำ ดังนั้น ระบบก็ต้องมีความเสถียร และสามารถดูแลข้อมูลส่วนบุคคลได้ เพื่อป้องกันการเกิดภัยไซเบอร์ต่างๆ” น.ส.ชญาวดีกล่าว

