คลังแจงดิจิทัลวอลเล็ต “ร้านสะดวกซื้อ”มีสิทธิ์ร่วม จ่ายผ่านแอพพ์”ทางรัฐ”
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินโครงการเติมเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ว่า คณะกรรมการโครงการเติมเงินดิจิทัล วอลเล็ต ได้กำหนดเกณฑ์ประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ ต้องไม่เป็นผู้ที่มีเงินได้พึงประเมินเกิน 8.4 แสนบาทต่อปีภาษี และมีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันไม่เกิน 5 แสนบาท โดยจะมีการกำหนดระยะเวลาที่มียอดเงินในบัญชีย้อนหลังจากที่เริ่มใช้โครงการ
นายลวรณ กล่าวว่า เบื้องต้นการพิจารณาเรื่องเกณฑ์รายได้ต่อปี อาจจะพิจารณาวงเงินตามเกณฑ์ที่กำหนดจากเงินได้ของปีภาษี 2566 เป็นเรื่องเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่นเดียวกันกับเรื่องเงินฝาก อาจจะดูวงเงินฝากในช่วงสิ้นปี 2566 หรืออาจจะกำหนดยอดวงเงินสิ้นสุดในช่วงมีนาคม 2567 ต้องมาพิจารณากันอีกครั้ง แต่ยืนยันว่า จะกำหนดระยะเวลาต้องเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วแน่นอน ประชาชนจะต้องเข้ามาลงทะเบียน เพื่อยืนยันตัวตนในการรับสิทธิ โดยโครงการเติมเงินดิจิทัล วอลเล็ต จะเริ่มเปิดลงทะเบียนในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2567 ประชาชนจะสามารถใช้จ่ายได้ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 ส่วนช่องทางการใช้จ่ายนั้น จะใช้แอพพลิเคชัน “ทางรัฐ” อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ ดีจีเอ
“สาเหตุไม่เลือกใช้แอพพ์ เป๋าตัง เนื่องจากแอพพ์ทางรัฐ เป็นแอพพ์ของรัฐจริงๆ แต่เป๋าตังเป็นของแบงก์ อย่างไรก็ตาม เป๋าตังอาจจะยังต้องใช้ แต่เป็นระบบข้างหลัง ไม่ได้เป็นด้านหน้า เนื่องจากเป็นระบบควบคุมแบบเปิด หรือ Open Loop หมายความว่าเป็นวอลเล็ตของสถาบันการเงิน ทั้งแบงก์และนอนแบงก์เข้าร่วมได้ เป๋าตังอาจเชื่อมต่อตรงนั้น เช่นเดียวกันกับ เคพลัสและแม่มณี เป็นต้น เป็นเรื่องทางเทคนิคที่ดีจีเออยู่ระหว่างการพัฒนา” นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวว่า ส่วนร้านค้าเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นร้านค้าได้รับอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ ต้องมีขนาดเล็ก เช่น ร้านค้าโชห่วย และร้านสะดวกซื้อ อย่าง เซเว่น อีเลเว่น ก็เข้าร่วมได้ หลักการได้รับเงินของร้านค้าเข้าร่วมโครงการคือ รอบแรกมีเงินอยู่ที่ประชาชน ประชาชนได้รับสิทธิต้องใช้ในร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้นที่อยู่ในเขตอำเภอ เพื่อให้มีเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจฐานราก ถือเป็นรอบที่ 1 เมื่อร้านค้าขนาดเล็กได้รับวงเงินมาแล้ว ต้องเอาไปใช้ต่อเป็นรอบที่ 2 ในร้านค้าขนาดใหญ่ขึ้น เป็นการซื้อขายร้านค้ากับร้านค้า หากร้านค้าขนาดใหญ่ดังกล่าวอยู่ในระบบภาษี ร้านค้านั้นจะสามารถเอาออกจากระบบได้ เกณฑ์โครงการเติมเงินดิจิทัล วอลเล็ต กำหนดให้ร้านค้าสามารถนำเงินออกจากระบบได้ ต้องเป็นร้านค้าอยู่ในระบบภาษี ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
“การกำหนดร้านขนาดเล็กในรอบแรก จะต้องเป็นร้านโชห่วย ขึ้นมาได้มากที่สุด คือร้านสะดวกซื้อ อาทิ เซเว่น ร้านในปั๊ม แต่ยังไม่ถึงแม็คโคร ค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ ทำให้มีรอบที่ 1 และรอบที่ 2 เราอยากให้เกิดการหมุนเวียน เพราะหากเงินในระบบออกได้เร็ว แรงส่งต่อเศรษฐกิจก็จะมีน้อยลง”นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวว่า วงเงินจากดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ประชาชน 50 ล้านคนได้รับ ต้องใช้จ่ายผ่านร้านค้าขนาดเล็กเท่านั้น มีระยะเวลาใช้จ่าย 6 เดือน มั่นใจว่า วงเงิน 5 แสนล้านบาท จะลงสู่ร้านค้าขนาดเล็กทั้งหมด รัฐจะมีระบบบล็อกร้านค้าที่ 2 ไม่ให้ประชาชนใช้จ่ายได้ เพื่อกำหนดให้ประชาชนซื้อในร้านค้าขนาดเล็กก่อน ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวมีระบบป้องกันเงินทอน และทุจริตการใช้จ่าย โครงการในอดีตที่ผ่านมาก็เคยเกิดขึ้น แต่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการสวมสิทธิในการใช้จ่าย ทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายจะต้องยืนยันตัวตนในรูปแบบตัวต่อตัว ยังมีตำรวจไซเบอร์เข้ามาดูเรื่องเงินทอน การซื้อของผิดประเภท มีโทษสูงสุดถึงจำคุก

