หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิด 5 ทำเล ก...

เปิด 5 ทำเล กรุงเทพ-ปริมณฑล ดัชนีราคา ‘คอนโดใหม่’ พุ่งกระฉูด

12.04.24 | 21:58 น.

เปิด 5 ทำเล กรุงเทพ-ปริมณฑล ดัชนีราคา ‘คอนโดใหม่’ พุ่งกระฉูด

เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีราคาภาพรวมห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายในกรุงเทพฯและปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2567 มีค่าดัชนีเท่ากับ 155.0 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 โดย มีข้อสังเกตดัชนีราคาห้องชุดใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เริ่มมีทิศทางปรับตัวขึ้นแต่ไม่มากนัก ตามต้นทุนค่าก่อสร้างใหม่ ซึ่งปัจจัยหลักมาจากราคาที่ดินเปล่า ค่าแรงงานที่ปรับตัวสูงขึ้น

ในขณะที่ห้องชุดที่เหลือขายในตลาดยังเป็นห้องชุดจากโครงการเดิมที่สร้างขึ้นในราคาต้นทุนเดิมได้ถูกดูดซับจากตลาดไปพอสมควรแล้ว จึงส่งผลให้ดัชนีราคาห้องชุดใหม่จะมีทิศทางที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้น

“เศรษฐกิจชะลอตัว มีปัจจัยลบหลายด้าน ยกเลิกมาตรการผ่อนปรน LTV ส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยตรง ผู้ประกอบจึงใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายในไตรมาสแรก โดยให้ส่วนลดเงินสด ของแถม ฟรีค่าใช้จ่ายในวันโอนเพื่อกระตุ้นยอดขาย” นายวิชัยกล่าว

นายวิชัยกล่าวว่า เมื่อแยกตามพื้นที่ พบว่าดัชนีราคาห้องชุดในพื้นที่กรุงเทพฯมีค่าดัชนีเท่ากับ 157.7 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.01 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ภาพรวมจึงไปในทิศทางทรงตัวค่อนไปทางขาขึ้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงราคาเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยโซนที่ปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ ห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง ในระดับราคา 3-5 ล้านบาท รองลงมา ธนบุรี ในระดับราคา 3-5 ล้านบาท และ บางซื่อ-ดุสิต ในระดับราคา 5-7 ล้านบาท

Advertisement

นายวิชัยกล่าวว่า ขณะที่ในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล เฉพาะจังหวัดสมุทรปราการและนนทบุรี พบว่าค่าดัชนีเท่ากับ 143.2 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่ามีทิศทางที่เริ่มปรับไปในทางขาขึ้น โดยโซนที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด ในระดับราคา 2-3 ล้านบาท รองลงมา บางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง ในระดับราคา 1.51-2 ล้านบาท

นายวิชัยกล่าวว่า เมื่อรัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นมากพอสมควร โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 ที่คาดว่าจะช่วยระบายอุปทานเดิมที่ยังอยู่ในราคาต้นทุนเดิมออกไปพอสมควร

และเมื่อผู้ประกอบการเปิดโครงการใหม่ ราคาที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะอาคารชุดเป็นโครงการใหม่ จะสะท้อนต้นทุนใหม่ เป็นแรงผลักให้ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นได้ ซึ่งทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยต้องซื้อในราคาที่สูงขึ้น

“สิ่งที่สำคัญในการช่วยให้คนไทยสามารถซื้อที่อยู่อาศัยที่มีทิศทางราคาที่สูงขึ้น คือการพัฒนาเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สร้างการกระจายรายได้ให้ไปถึงประชาชนทุกกลุ่มที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้รายได้ของคนไทยมีการปรับตัวดีขึ้น และก็จะช่วยให้ประชาชนมีความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยและความสามารถในการเขาถึงสินเชื่อสูงขึ้น” นายวิชัยกล่าว