สหภาพ ธ.ก.ส.แถลงการณ์แหล่งเงินดิจิทัลวอลเล็ต จี้ส่ง ‘กฤษฎีกา-สคร.-แบงก์ชาติ’ เคลียร์ข้อกฎหมาย ขณะที่ รบ.ปลื้มต่างชาติเที่ยวไทย 3เดือนทะลุ 10 ล้านคน

สหภาพ ธ.ก.ส.แถลงการณ์แหล่งเงินดิจิทัลวอลเล็ต จี้ส่ง ‘กฤษฎีกา-สคร.-แบงก์ชาติ’ เคลียร์ข้อกฎหมาย ขณะที่ รบ.ปลื้มต่างชาติเที่ยวไทย 3เดือนทะลุ 10 ล้านคน

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 13 เมษายน นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยที่ยังคงได้รับความนิยมจากต่างชาติว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทยในปี 2567 ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567-9 เมษายน ทะลุ 10 ล้านคน อย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและผลสำเร็จจากนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล พร้อมเดินหน้าส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวไทยทุกมิติ ตามวิสัยทัศน์ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผลักดันศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้ไทยเป็น ทัวริซึ่ม ฮับ และจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สถิติของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมมือกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำรวจตั้งแต่ 1 มกราคม-9 เมษายน พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเที่ยวไทยทั้งสิ้น 10,168,745 คน เพิ่มขึ้นกว่า 146.21% จากปีที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 1,920,039 คน มาเลเซีย 1,274,528 คน รัสเซีย 670,233 คน เกาหลีใต้ 595,705 คน และอินเดีย 519,878 คน

Advertisment

นายชัยกล่าวต่อว่า คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยสำคัญอย่างเทศกาลสงกรานต์ และวันหยุดต่อเนื่องวันอีฎิ้ลฟิตริในประเทศมุสลิม ททท.ประเมินว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์จะขับเคลื่อนรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ตํ่ากว่า 1 แสนล้านบาท ทั้งจากคนไทยเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทย และวิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) คาดการณ์ว่าระหว่างวันที่ 11-17 เมษายนนี้ จะมีเที่ยวบินรวม 16,307 เที่ยวบิน เฉลี่ย 2,330 เที่ยวบินต่อวัน

วันเดียวกัน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สร.ธกส.) ออกแถลงการณ์ถึงการใช้เงินกู้จาก ธ.ก.ส. เพื่อดำเนินโครงการแจกเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ว่า ทันทีที่มีการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับที่มาของแหล่งเงินที่จะนำมาใช้กับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะขอกู้จากสภาพคล่องส่วนเกินของ ธ.ก.ส. 1.732 แสนล้านบาท ก็เกิดคำถามว่า “การขอกู้เงินดังกล่าวของรัฐบาล ตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พ.ศ.2519 สามารถกระทำได้หรือไม่”

Advertisement

สถานการณ์ในอดีตกรณีวิกฤติจำนำข้าวเมื่อปี 2557 ซึ่งตอนนั้นเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่สามารถมีมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับทางการเงินได้ ดังนั้น จึงมีความพยายามจากฝ่ายการเมือง กดให้บอร์ด ธ.ก.ส.อนุมัติเงินจำนวน 50,000 ล้านบาท เพื่อนำไปจ่ายเงินให้เกษตรกรที่ถือใบประทวนมาจำนำกับ ธ.ก.ส. ดังนั้น สหภาพแรงงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (สร.ธกส.) ในขณะนั้นจึงมีความชอบธรรมในการคัดค้านการนำสภาพคล่องส่วนเกินไปใช้ในโครงการโดยไม่มีมติคณะรัฐมนตรีรองรับ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าผู้ฝากเงิน

แถลงการณ์ยังระบุอีกว่า ส่วนรัฐบาลในปัจจุบัน เป็นรัฐบาลอยู่ในอำนาจเต็ม ดังนั้น จึงได้มีการประชุมคณะกรรมการ สร.ธกส. รอบพิเศษ วันที่ 11 เม.ย.2567 เพื่อพิจารณาว่ารัฐบาลสามารถกู้เงิน ธ.ก.ส.เพื่อไปดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1.732 แสนล้านบาทได้หรือไม่ โดย มติคณะกรรมการ สร.ธกส. ให้ดำเนินการ ดังนี้ 1.ส่งเรื่องให้หน่วยงานกำกับดูแล ธ.ก.ส. ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อพิจารณาว่า รัฐบาลสามารถกู้เงิน ธ.ก.ส. ไปดำเนินการโครงการดิจิทัลวอลเล็ตได้หรือไม่ 2.ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาข้อกฎหมายว่า รัฐบาลสามารถกู้เงิน ธ.ก.ส.ไปดำเนินการได้หรือไม่ 3.ให้ธนาคาร เร่งสื่อสารทำความเข้าใจ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ว่าในปัจจุบัน ธ.ก.ส.ยังไม่มีการดำเนินการใดๆกับรัฐบาลเนื่องจากอยู่ในระหว่างการพิจารณาให้ความเห็นจากส่วนงานกำกับดูแลตามข้อ 1 และ 2 ทั้งนี้ สร.ธกส. ยืนยันว่าการดำเนินการใดๆ ของ ธ.ก.ส.เกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะต้องถูกต้องตามกฎหมาย รักษาผลประโยชน์ขององค์กร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าผู้ฝากเงินกับ ธ.ก.ส.สมกับคำขวัญของธนาคาร “เคียงคู่ รู้ค่า ประชาชน”

Eurolastcontent
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image