หน้าแรก เศรษฐกิจ ผวา! พาณิชย์ ...

ผวา! พาณิชย์ สั่งจับตาราคาน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ หลังอิหร่านถล่มอิสราเอล

14.04.24 | 15:49 น.

ผวาราคาน้ำมันทะลุ 100 เหรียญ หลังอิหร่านถล่มอิสราเอล

เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ทำการวิเคราะห์กรณี อิหร่านเปิดฉากโจมตีอิสราเอล ด้วยการใช้ขีปนาวุธและโดรนยิงถล่มพร้อมกัน เมื่อคืนวันเสาร์ 13 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นการเปิดฉากและเปิดหน้าโจมตีอิสราเอลโดยตรง เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เกิดเหตุ อิสราเอลถล่มสถานทูตอิหร่านในประเทศซีเรีย เมื่อวันที่ 1 เม.ย. จนทำให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่ง อิหร่านเสียชีวิต 7 นาย

โดยกองทัพอิสราเอล ระบุว่ามีการยิงโดรนมากกว่า 200 ลูกมาจากอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ความ มั่นคงในอิรักและจอร์แดนต่างก็รายงานพบโดรนบินผ่านน่านฟ้าของตนเอง ส่งผลให้อิสราเอล และจอร์แดนต่าง ปิดน่านฟ้า หลังอิหร่านยิงโดรนและขีปนาวุธถล่ม ทำให้สายการบินหลายแห่งต้องยกเลิกและปรับเปลี่ยนเส้นทาง

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าว โดยเมื่อเข้าวันที่ 13 เม.ย. 67 ตามเวลาท้องถิ่น สำนักข่าว Bloomberg รายงานอ้างอิง Islamic Republic News Agency ของอิหร่านว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ อิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอิหร่านได้ยึดเรือขนส่งสินค้า MSC Aries ติดธงโปรตุเกส ซึ่งอ้างว่ามี ความเกี่ยวข้องกับอิสราเอล ในอ่าวเปอร์เซียที่บริเวณใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) โดยการยึดเรือที่เกิดดังกล่าว ให้เกิดความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าผ่านตะวันออกกลาง หลังจากที่มีความเสี่ยงในทะเลแดงต่อเนื่อง มาแล้วหลายเดือนจากการที่กลุ่มติดฮิตในเยเมนซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่านได้โจมตีเรือที่ล่องผ่านทะเลแดง

ขณะที่ ก่อนหน้านี้ IRGC เคยออกมาเตือนว่าอาจปิดช่องแคบฮอร์มุข หากศัตรูก่อกวนจนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลง

Advertisement

ซึ่งในส่วนของผลกระทบนั้น สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้นหลังอิหร่านและอิสราเอลเริ่มเผชิญหน้ากับ อิสราเอลโดยตรง สร้างความกังวลว่าอิหร่านในฐานะผู้คุมเส้นทางการขนส่งน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย อาจตัดสินใจปิดช่อง แคบฮอร์มุซ (Hormuz) เพื่อตอบโต้อิสราเอลและพันธมิตรชาติตะวันตก โดยช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) เป็นช่องแคบ ที่สำคัญเดินในการเรือเพื่อส่งออกสินค้าสำคัญของประเทศที่ส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเกือบหมดในตะวันออก กลาง ทั้งซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิหร่าน กาตาร์ และคูเวต โดยข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้าน การพลังงานของสหรัฐ (EIA) ระบุว่า ปี 2565 ช่องแคบฮอร์มุขถูกใช้เป็นช่องทางขนส่งน้ำมันวันละ 21 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็น 21% ของปริมาณการขนส่งน้ำมันทั่วโลกในแต่ละวัน ดังนั้น หากน้ำมันไม่สามารถขนส่งผ่านจุดดังกล่าว แม้เพียงชั่วคราว อาจนำไปสู่ความล่าช้าในการจัดหาน้ำมัน และทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงาน โลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก

ขณะเดียวกันโอเปกได้ขยายการลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจ 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวันเพื่อ รักษาเสถียรภาพของตลาด ทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากการโจมตีของอิหร่านส่งผลให้เกิดสงครามที่กว้างขึ้น ราคาอาจสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันจะสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อให้กับเศรษฐกิจ โลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว

ขณะที่ผลกระทบต่อไทยซึ่งเป็นประเทศที่อาศัยการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางอาจ ส่งผลกระทบต่อการจัดหาอุปทานน้ำมันดิบ อีกทั้งยังกระทบต่ออการขนส่งสินค้าไปยังตะวันออกกลางซึ่งส่วนใหญ่ต้อง เข้าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุขด้วย ทั้งนี้ สนค. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป