นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมการค้าชายแดนและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านได้หารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหามูลค่าการค้าเมืองหน้าด่านไทยกับลาว โดยเฉพาะจังหวัดหนองคายและอุดรธานีที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังรัฐบาลลาวเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) กับสินค้าที่นำเข้าติดตัวในอัตรา 10% ทั้งจากชาวลาวและชาวต่างชาติ จึงเสนอให้กรมสรรพากรเร่งรัดการพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งจุดบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) ในพื้นที่ชายแดนที่เชื่อมต่อกับลาว ที่บริเวณด่านศุลกากรสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาวแห่งที่ 1 จังหวัดหนองคาย
“ปกติการตั้งจุดคืนแวตจะมีตามท่าอากาศยานต่างๆ แต่เสนอให้ตั้งจุดคืนแวตที่ด่านบก เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบด้านการค้าที่ลดลง เพราะเมื่อชาวลาวเข้ามาซื้อสินค้าไทยและได้คืนแวตที่ด่าน เมื่อนำเข้าไปลาวและถูกเรียกเก็บแวต 10% ก็ช่วยลดต้นทุนได้ เพราะเสียเพิ่มอีกแค่ 3% ซึ่งจะเป็นการจูงใจให้ชาวลาวข้ามแดนกลับเข้ามาซื้อสินค้าในไทยเหมือนเดิม ขณะนี้กรมสรรพากรกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา” นายอดุลย์กล่าว
ทั้งนี้ หลังจากรัฐบาลลาวปรับเก็บแวต 10% เดือนพฤศจิกายน 2559 พบว่า ปริมาณการค้าและชาวลาวที่เดินทางข้ามแดนเข้ามาซื้อสินค้าในฝั่งไทยลดลงกว่า 50% และชาวลาวยังได้ขอให้ผู้ขายสินค้าไทยออกใบเสร็จรับเงินหลายใบ เพื่อให้มีวงเงินไม่เกินใบเสร็จละ 1,500 บาท ทำให้เอกชนในพื้นที่ร้องขอให้ภาครัฐเข้ามาให้ความช่วยเหลือและหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว

