พณ.ลดราคาปุ๋ยเฟส2 อีก 5.1 ล.กระสอบ ถึงมิ.ย.นี้ ผู้นำเข้าหวั่นต้นทุนพุ่ง หลังตะวันออกกลางตึงเครียดรอบใหม่
เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ 3 สมาคมผู้ผลิตและผู้นำเข้าปุ๋ย ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร ขยายเวลาและเพิ่มปริมาณปุ๋ยลดราคา ให้แก่เกษตรกรเป็นเฟสที่สอง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-30 มิ.ย. เป้าหมายมีปริมาณปุ๋ยเข้าร่วมโครงการ 5.1 ล้านกระสอบ รวม 69 สูตร ครอบคลุมการปลูกพืชทุกชนิดทั้งนาข้าว พืชไร่ พืชสวน และไม้ผล โดยได้รับส่วนลดสูงสุดกระสอบละ 50 บาท เช่น ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ราคาโครงการกระสอบละ 755 – 810 บาท ลดสูงสุด 35 บาทต่อกระสอบ สูตร 15-15-15 ราคาโครงการกระสอบละ 930 – 1,000 บาท ลดสูงสุด 50 บาทต่อกระสอบ สูตร 16-20-0 ราคาโครงการกระสอบละ 805 – 840 บาทลดสูงสุด 50 บาทต่อกระสอบ เป็นต้น ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าว คาดว่าจะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรได้กว่า 280 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากรวมกับโครงการลดราคาปุ๋ยเพื่อเกษตรกรเฟสแรก ก็จะช่วยลดต้นทุนเกษตรกรได้ประมาณ 436 ล้านบาท ซึ่งในมีปริมาณปุ๋ยเข้าโครงการจำนวน 3.1 ล้านกระสอบ ช่วงเดือน ต.ค.66- มี.ค.67 แต่เนื่องจากเดือนเม.ย.เป็นต้นไป จะเข้าสู่ช่วงที่เกษตรกรใช้ปุ๋ยกันมากขึ้น โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ภาคกลางที่จะเริ่มปลูก ในเดือนพ.ค.เป็นต้นไป ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกมากในช่วงเดือนมี.ค.-มิ.ย. มันสำปะหลังที่ยังคงมีการเพาะปลูกอยู่ในเดือนนี้ ตลอดจนพืชอื่นๆ เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ ส่งผลให้ความต้องการใช้ปุ๋ยตลอดทั้งปี จึงได้เนินการต่อเนื่องในเฟสที่สองซึ่งเป็นส่วนต่อขยาย ซึ่งตั้งแต่ขยายเฟสสองมาถึง 17 เม.ย. 67 มีสถาบันเกษตรกรสั่งซื้อปุ๋ยในโครงการแล้ว 20 แห่ง รวมปริมาณปุ๋ย 235,710 กระสอบ
โดยเกษตรกรที่สนใจสามารถสั่งซื้อผ่านสถาบันเกษตรกรที่ตนเป็นสมาชิก เช่น สหกรณ์การเกษตร ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน วิสาหกิจชุมชน และแปลงใหญ่ จากนั้นสถาบันเกษตรกรจะเป็นผู้รวบรวมยอดการสั่งซื้อแจ้งไปยังสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ในแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ดี เกษตรกรที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสถาบันเกษตรกรอยู่ในขณะนี้สามารถรวมกลุ่มกันซื้อ หรือไปซื้อปุ๋ยจากสถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.dit.go.th
“สถานการณ์ราคาปุ๋ยในตลาดโลก ณ ขณะนี้ แม้ว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน จะยังไม่คลี่คลายลงและมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในบางประเทศแต่ไม่ส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยในตลาดโลกมากนัก ราคาปุ๋ยจึงยังคงทรงตัวหรือปรับขึ้น-ลงในช่วงแคบๆ ปัจจุบันนี้ราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีในประเทศได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากช่วงเดือนพ.ค. 65 ที่เป็นช่วงที่ราคาปุ๋ยปรับสูงขึ้นสูงที่สุด ประมาณ 40-50% และปริมาณสต็อกปุ๋ย ณ สิ้นเดือนมี.ค.ปีนี้ อยู่ที่ 1.22 ล้านตัน ขอให้พี่น้องเกษตรกรมั่นใจได้ว่ามีปุ๋ยเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก ไม่มีปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยอย่างแน่นอน ” นายวัฒนศักย์ กล่าว
ทั้งนี้ หากพบว่ามีการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ด้านสมาคมผู้ผลิตและนำเข้าปุ๋ย ระบุถึงสถานการณ์ความขัดแย้งอิหร่านและอิสราแอล นั้น จะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อวัตถุดิบส่วนผสมในปุ๋ย อาทิ ยูเรีย ไนโตรเจน โพแทสเซียม บางส่วนำเข้าจากประเทศแถบตะวันออกกลาง แต่ที่จะเป็นต้นทุนสูงในระยะต่อไปคือค่าขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการติดตามอย่างใกล้ชิด

