หน้าแรก เศรษฐกิจ ปธ.หอค้า ห่วง...

ปธ.หอค้า ห่วงขึ้นค่าแรงพร้อมกัน 400 บาท ผู้ประกอบการจะแย่ จี้ รบ.เบิกจ่ายงบ’67 ไวๆ

23.04.24 | 14:50 น.

ปธ.หอค้า ห่วงขึ้นค่าแรง 400 บาท ระบบแจกดิจิทัลวอลเล็ต ชายแดนพม่า แนะทางออกรัฐฟื้น ศก.แตะ 3%


เมื่อวันที่ 23 เมษายน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเจอปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการดำเนินการและต้นทุนที่สูงขึ้น ตั้งแต่ราคาพลังงานและการปรับขึ้นราคาดีเซล เงินบาทอ่อนค่ามีผลต่อการนำเข้าวัตถุดิบและราคาพลังงาน ค่าแรงงานกำลังปรับขึ้น ดอกเบี้ยยังอยู่ในอัตราสูง ประกอบกับกำลังซื้อประชาชนไม่ดี กระทบต่อการฟื้นตัวของกำลังการผลิตของโรงงานอยู่แค่ 60% ของกำลังการผลิตเต็ม การแข่งขันทางธุรกิจสูง กระทบโดยตรงต่อรายได้ยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังพยายามไม่ปรับขึ้นราคาสินค้าและตรึงให้นานที่สุด แต่หากปัจจัยกระทบต่อต้นทุนเพิ่มต่อก็ไม่อาจที่จะตรึงราคาหรือไม่ปรับราคาสินค้าได้ต่อไป

“ในระยะสั้นนี้อยากให้รัฐบาลดูแลค่าแรงงาน การจะปรับขึ้นพร้อมกัน 400 บาท ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการประกอบการและเศรษฐกิจ อยากให้ยึดตามมติไตรภาคีด้านแรงงานที่ยังมองเรื่องการปรับในอัตราที่เหมาะสมกับสภาพธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมนั้นๆ มากกว่าจะปรับในอัตราเหมือนกัน

มองว่ารัฐบาลมีเจตนาดี แต่ไม่ใช่คำตอบ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีและภาคธุรกิจที่ยังไม่พร้อมในขณะนี้ การปรับค่าแรงงานในอัตราเกินที่รับได้จะเป็นผลเสียมากกว่าผลที่จะได้รับ เรื่องราคาน้ำมันภาคเอกชนเราก็เสนอมาตลอดให้ร่วมตั้ง กรอ.(ด้านพลังงาน) ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเอกชนได้หารือและหาทางออกร่วมกัน และไม่อยากเห็นใช้เงินกองทุนพลังงานสูงขึ้นเรื่อยๆ” นายสนั่นระบุ

Advertisement

นายสนั่นกล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลเรียก 4 ธนาคารรัฐหารือเรื่องดอกเบี้ยนั้น ในภาพรวม กระทรวงคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และรัฐบาล ก็มีบทบาทว่าจะทำอย่างไรที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและศึกษาในเชิงลึกว่าจะทำอย่างไร ส่วนธนาคารใดพร้อมลดดอกเบี้ยก็น่าจะทำได้เอง เพื่อลดภาระลูกค้าและผู้ประกอบการได้เลย เรื่องนี้เชื่อว่าแต่ละธนาคารก็น่าจะทำได้ทันที ส่วนค่าเงินบาทอ่อนมองได้ 2 ด้าน คือผลดีกับราคาส่งออกที่แข่งขันได้และรายได้จากส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ผลเสียคือจ่ายซื้อพลังงานและวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น ก็เป็นต้นทุน ดีที่ตอนนี้เศรษฐกิจจีนและสหรัฐไม่ได้ฉุดลง ยังไม่กระทบต่อราคาน้ำมันโลก และการส่งออกก็ยังไปได้ดีอยู่

นายสนั่นกล่าวถึงเกณฑ์ร้านค้าที่เข้าโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตว่า ในส่วนจ่ายดิจิทัลวอลเล็ตยังยืนยันข้อเสนอที่เริ่มให้กับกลุ่มเปราะบางและกลุ่มที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ 15.6 ล้านคน อย่างที่มีระบบจ่ายผ่านเป๋าตัง แต่อัพข้อมูลเดิมก็น่าจะทำได้เลย มีร้านค้าเล็กใกล้บ้านที่คุ้นเคยอยู่แล้ว ส่วนจะพัฒนาใช้ซุปเปอร์แอพพ์ก็น่าจะเป็นล็อตต่อไปที่จะเพิ่มโครงการกับประชาชน หรือกลุ่มที่เหลือ ตอนนี้ควรให้เงิน 10,000 บาทกระจายไปกลุ่มเปราะบางและกลุ่มที่มีปัญหารายได้ก่อน เพราะกำลังซื้อไม่ดี และเศรษฐกิจฟื้นตัวล่าช้า ทำได้เร็วยิ่งดี

นายสนั่นระบุว่า อาจไม่ต้องถึงไตรมาส 4 ก็ได้ หากรอพัฒนาระบบซุปเปอร์แอพพ์ต้องใช้เวลานานกว่า ต้องดูเรื่องระบบภาษีด้วย ฉะนั้น คงยากที่จะมีร้านค้า หรือประชาชนเข้าถึงโครงการได้น้อย ส่วนเรื่องร้านสะดวกซื้อเข้าโครงการได้ไหมนั้น เชื่อว่าคณะทำงานต้องไปพิจารณาและมองว่าอะไรที่เหมาะสมที่สุด

“ที่ต้องการให้เร่งมากสุดตอนนี้คือการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 เริ่มในเดือนพฤษภาคมเป็นอย่างช้า และเร่งเบิกให้ครบภายใน 4-5 เดือนจากนี้ ตอนนี้กำลังซื้อและเศรษฐกิจฐานรากไม่ดี ต้องการเงินจ้างงาน ต้องการเงินหมุนเวียน ต้องการเงินใช้จ่าย ตอนนี้มีหลายปัจจัยกระทบต่อความเชื่อมั่นและวิตกต่อเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ประเมินว่าเลวร้ายสุดคือเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตแค่ 2.6% เพราะยังมีเรื่องการท่องเที่ยวที่ดีอยู่ การส่งออกยังไปได้ หากเร่งเบิกจ่ายงบ เงินหมื่นลงระบบกับกลุ่มเปราะบาง โอกาสที่จะขยายตัวถึง 3% ได้” นายสนั่นกล่าว

นายสนั่นกล่าวถึงค้าชายแดนติดกับประเทศเมียนมาว่า หลังเหตุการณ์สงครามภายในเมียนมาในระยะสั้นนี้ การค้าชายแดนลดลงแล้ว 30-40% เรื่องนี้ก็ต้องหารือว่าจะดำเนินการอย่างไร

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง