หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนโอดก๊าซถ...

เอกชนโอดก๊าซถูก แต่ค่าไฟยังแพง บี้รัฐเดินหน้า 4 ด้านลดต้นทุนระยะยาว

24.04.24 | 11:08 น.
คอฟฟี่เบรก : ห่วง!! สงสัย พี่ก้อง อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

เอกชนโอดก๊าซถูก แต่ค่าไฟยังแพง บี้รัฐเดินหน้า 4 ด้านลดต้นทุนระยะยาว

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ค่าไฟ ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนมากๆ ทำให้การใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น และด้วยค่าไฟฟ้าอัตราก้าวหน้าของครัวเรือ การใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้น จะทำให้ค่าไฟแพงขึ้น

โดยค่าไฟฟ้างวด 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม) ปี 2567 จะเริ่ม 1 พฤษภาคมนี้ อัตราเท่าเดิมจากงวด 1 คือ 4.18 บาท/หน่วย เหมาะสมแล้วหรือ เพราะปัจจุบันมีปัจจัยบวกมากกว่าปัจจุบันลบ ที่ทำให้ค่าไฟงวด 2 ถูกกว่า 1.48 บาทต่อหน่วย มาจากปัจจัยบวกจากก๊าซธรรมชาติ หรือ NG ราคาถูกจากแหล่งเอราวัณมากขึ้น และ LNG ราคา Spot ถูกลง รวมทั้งราคาพลังงานของโลกอ่อนตัวลง ขณะที่ปัจจัยลบ มีเพียงค่าเงินบาทอ่อน

อย่างไรก็ตาม นอกจากประเด็นราคาที่ควรลดลง ภาครัฐควรเร่งเดินหน้านโยบายการลดภาระค่าไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว 4 ด้านหลัก คือ

1.ภาครัฐควรมีนโบาย ค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในการติดตั้ง Solar rooftop

Advertisement

2.ภาครัฐควรมีนโยบายการรับซื้อคืนไฟฟ้า จากประชาชน/เอกชน ในราคาที่สมเหตุสมผลกว่าปัจจุบันเพื่อส่งเสริมการลงทุนติดตั้งโซลาร์ ให้มากขึ้นและเร็วขึ้น โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของภาครัฐ

3.นโยบายส่งเสริมแหล่งเงินทุนเช่น Soft loan เพื่อให้ ประชาชน, เอกชนสามารถจัดหา พลังงานทางเลือกอื่น ทดแทนการพึ่งพิงพลังงานฟอสซิลเดิม ที่มีผลประโยชน์กระจุกตัว โดยควรลดการพึ่งพิง LNG นำเข้า ที่ผลักภาระความเสี่ยงต้นทุนการนำเข้าให้ผู้บริโภคด้วยระบบ Cost plus อีกทั้ง ยังเป็นภาระหนี้ EGAT กว่า 1 แสนล้านบาทเช่นปัจจุบัน

4.เร่งรัดโครงการดีๆ ของ EGAT ที่ลดการพึ่งพิงฟอสซิล เช่น โครงการ Solar Floating ในเขื่ิอนต่างๆ และ โครงการ Mini firm Solar ( Solar พร้อม Battery สำรองไฟฟ้า ) เป็นต้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ควรมีการขับเคลื่อน ด้านนโยบายต่างๆ ด้านพลังงานให้เป็นจริงโดยเร็ว มากกว่าที่จะพึ่งพิงกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง

“ผมยืนยันมาตลอดว่า ด้วยตันทุนเชื้อเพลิงในปัจจุบัน ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมในงวด 2 ไม่ควรเกิน 4.10 บาท/หน่วย และรัฐบาลควรเร่งนโยบาย มาตรการเชิงรุกทั้ง 4 ด้าน จะสามารถลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ลดการใช้งบประมาณกลางจากภาษีประชาชนลดลงในการอุ้มกลุ่มเปราะบาง และยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนภายใต้ภาวะเศรษฐกิจรุมเร้าเช่นนี้ น่าจะได้ผลเร็ว ไม่แพ้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยระบบ Digital Wallet ที่กำลังดำเนินการอยู่”นายอิศเรศกล่าว