เอ็น.ซี.ซี. จับมือ ททท. จัดงานแฟร์ท่องเที่ยว ดันใช้จ่ายสะพัด 200 ลบ.
เมื่อวันที่ 25 เมษายน นายสุรพล อุทินทุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ได้มีการจัดงาน “Thailand Golf & Dive Expo plus OUTDOOR Fest 2024” งานแสดงสินค้าด้านการท่องเที่ยวที่เป็นการรวม 3 งานแสดงสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของการท่องเที่ยว ทั้งด้านกีฬากอล์ฟ ดำน้ำ และท่องเที่ยวแนวกิจกรรมกลางแจ้ง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-19 พฤษภาคม 2567 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 5-6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งแต่ปีแรกของการจัดงาน ทำให้งานนี้ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง

“คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมงานกว่า 500 บูธ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 กว่า 25% ในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการต่างชาติประมาณ 20% รวมถึงมีแบรนด์ดังเข้ามาร่วมเป็นจำนวนมาก พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษที่มีส่วนลดสูงถึง 80% และมีกิจกรรมต่างๆ ให้เข้าร่วมอย่างมากมาย และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไปเข้ามาร่วมงานไม่น้อยกว่า 55,000 คน และมียอดซื้อขายภายในงานและต่อเนื่องไปในอุตสาหกรรมนี้กว่า 200 ล้านบาท โดยงานนี้นับเป็นหนึ่งในกลไกส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้” นายสุรพล กล่าว
นายสุรพล กล่าวว่า ในช่วงหลังจากสถานการณ์โควิด-19 พบว่าตลาดความชอบเฉพาะเติบโตอย่างมาก อาทิ นักท่องเที่ยวดำน้ำ ก็ยังทำกิจกรรมดำน้ำเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ คาดว่าในปี 2566 ตลาดดำน้ำในไทย โดยเฉพาะ โรงเรียนสอนดำน้ำ ร้านขายอุปกรณ์ดำน้ำ และเรือท่องเที่ยวดำน้ำ มีมูลค่าตลาดรวมถึง 1,330 ล้านบาท โดยปัจจุบัน เรือท่องเที่ยวดำน้ำที่เปิดให้บริการในประเทศไทยทั้งฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งทะเลอ่าวไทย มี 2 ประเภทคือ ประเภทกินนอนบนเรือ (Live aboard) และเรือดำน้ำแบบเช้าไปเย็นกลับ (Day Trip) เรือท่องเที่ยวดำน้ำทั้ง 2 ประเภท มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 380 ล้านบาทต่อปี

นายสุรพล กล่าวว่า ในส่วนของการเรียนการสอนดำน้ำ ไทยถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีผู้ที่สนใจเรียนดำน้ำจากทั่วโลก เดินทางเข้ามาเรียนและสอบจนสำเร็จเป็นนักดำน้ำ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเรียนในพื้นที่ เกาะเต่า สมุย ภูเก็ต กระบี่ พัทยา ทำให้ยอดการผลิตนักดำน้ำที่เรียนจบจากประเทศไทยในหลักสูตรต่างๆ ขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย โดยในปี 2566 คาดว่ามีผู้ที่เรียนดำน้ำจบจากประเทศไทยเป็นจำนวนกว่า 20,000 คน โดยคิดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

