“กระทรวงพลังงาน” รับมือ 2 แหล่งก๊าซปิดซ่อมกระทบไฟฟ้าในประเทศ

7.02.17 | 10:35 น.

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) รับทราบแผนการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติปี 2560 และมาตรการรองรับผลกระทบด้านพลังงานไฟฟ้า กรณีแหล่งก๊าซยาดานา หยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม-2 เมษายน 2560 ทำให้แหล่งก๊าซซอติก้า หยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติไปด้วย ระหว่างวันที่ 3-12 กุมภาพันธ์ 2560 และแหล่งเยตากุน หยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ ระหว่างวันที่ 20-29 ตุลาคม 2560 ส่งผลให้ปริมาณก๊าซหายไป 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าหายไป 9,000 เมกะวัตต์


กบง.จึงมอบหมายให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดหาเชื้อเพลิงสำรองให้เพียงพอแก่โรงไฟฟ้ากำลังผลิต 6,000 เมกะวัตต์ นอกจากนั้นให้โรงไฟฟ้า 4 แห่ง ปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ามาเป็นน้ำมันเตา 91.7 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมันดีเซล 16.2 ล้านลิตรต่อวัน ทดแทนก๊าซธรรมชาติที่หายไป รวมทั้งสั่งการให้โรงไฟฟ้าต่างๆ งดปิดซ่อมบำรุงในช่วงเวลาดังกล่าว ประกอบกับให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ขอความร่วมมือสถานประกอบการประหยัดพลังงาน เช่น ลดใช้ไฟฟ้าในช่วงดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ ยังมีแหล่งก๊าซธรรมชาติร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ-เอ18) มีกำหนดการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-6 กันยายน 2560 ส่งผลให้กระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ที่ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2,242 เมกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้อยู่ที่ 2,657 เมกะวัตต์ จึงสั่งการให้ กฟผ.ดูแลซ่อมบำรุงสายส่งให้พร้อมการดึงไฟฟ้าจากภาคกลางมาเสริม 550 เมกะวัตต์ รองรับกำลังการผลิตที่หายไป 415 เมกะวัตต์ หากยังไม่เพียงพอจะพิจารณาแนวทางการรับซื้อไฟฟ้าจากมาเลเซียเป็นลำดับสุดท้าย