หน้าแรก เศรษฐกิจ กรอ. ดึงรบ.ญี...

กรอ. ดึงรบ.ญี่ปุ่นแก้ปัญหากากอุตฯ ทำแผนแม่บท – สกัดลอบขนข้ามประเทศ

28.04.24 | 16:25 น.

กรอ.ดึงรบ.ญี่ปุ่นแก้ปัญหากากอุตฯ ทำแผนแม่บท – สกัดลอบขนข้ามประเทศ


นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยว่า เพื่อเร่งแก้ปัญหาการจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศไทยโดยเร็วที่สุด ตามนโยบาย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 -25 เมษายน 2567 จึงได้เดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วย นายวิจารย์ สิมาฉายา ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ผู้แทนกรมอนามัย ผู้แทนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเจรจาหารือกับ Mr.Satoshi Yoshida Director for International Resource Circulation และ Mr.Kageyama Minako Duputy Director Industrial and Hazardous Waste Management Division , Environmental Regeneration and Material Cycles Bureau กระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศญี่ปุ่น (MOEJ) เพื่อกำหนดแนวทางการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน 2 ประเทศ ในการจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศไทย ที่จำเป็นต้องมีแผนแม่บท ออกกฎหมายที่ต้องบูรณาการทุกหน่วยงานในประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชน

จากการหารือได้ข้อสรุป 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1. การสนับสนุนทางวิชาการจากรัฐบาลญี่ปุ่นในการจัดทำ “แผนแม่บทการจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศไทย” เพื่อนำประสบการณ์การจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น มาทบทวนการจัดการกากอุตสาหกรรมทั้งระบบ ตามคำสั่งของ นายเศรษฐา ซึ่งทางญี่ปุ่นได้ตอบตกลงให้ความช่วยเหลือในการจัดทำแผนแม่บทการจัดการการอุตสาหกรรมของประเทศไทยดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณนี้

2. การยกระดับการควบคุมการอนุญาตนำเข้า/ส่งออกของเสียอันตรายระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ตามอนุสัญญาบาเชล (Bazel Convention) เพื่อเพิ่มการป้องกันกระบวนการลักลอบขนวัตถุอันตรายข้ามประเทศ และ3. การเจรจาตกลง แนวทางการออกกฎหมาย จัดการซากผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ของประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของผู้ผลิต ผู้ใช้ และภาคสังคมประชาชน

Advertisement

“กรมโรงงานฯ ได้ใช้ความพยายามในการเจรจากับ MOEJ ในครั้งนี้ จน MOEJ ตอบรับความร่วมมือ และประสานรัฐบาลญี่ปุ่น จนตัดสินใจให้การสนับสนุนด้านวิชาการสิ่งแวดล้อมแก่กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยยกระดับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย เพื่อพัฒนาสู่เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนตามนโยบายรัฐบาลต่อไป” นายจุลพงษ์ กล่าว