คลังลุ้นขึ้นภาษีเครื่องดื่มทุกชนิด
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แผนการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มทำลายสุขภาพ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และการจัดเก็บภาษีพนันนั้น เป็นแผนงานที่ทางกระทรวงการคลังมอบหมายให้กรมสรรพสามิตเตรียมพร้อมไว้เสนอฝ่ายนโยบาย โดยเรื่องนี้เป็นแผนระยะ 5 ปี เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มขึ้นอีก 3 แสนล้านบาท จากขณะนี้กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ 5 แสนล้านบาท หากพ้นรัฐบาลชุดนี้ไปแล้วต้องติดตามว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเห็นด้วยหรือไม่ เรื่องนี้เป็นแผนภาษีที่ศึกษามานาน แต่ที่ผ่านมายังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากฝ่ายนโยบายยังไม่เห็นด้วย เพราะกลัวกระแสต่อต้านจากสังคมและผู้ประกอบการ
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่เคยศึกษาไว้เกี่ยวกับการปรับปรุงภาษีสรรพสามิตในกลุ่มของเครื่องดื่ม คือการปรับปรุงประเภทเครื่องดื่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตใหม่จากขณะนี้มีมากถึง 111 รายการ โดยเครื่องดื่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีนั้นประเมินจากการเป็นเครื่องดื่มที่ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบการเกษตรภายในประเทศ และเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพหรือไม่ แต่ต่อมาพบว่าสินค้าหลายประเภทที่ได้รับการยกเว้นนั้นไม่ได้ใช้วัตถุดิบในประเทศ นำหัวเชื้อหรือใช้ผงสำเร็จรูปต่างประเทศมาผลิตแทน ดังนั้น อาจจะปรับหลักเกณฑ์ใหม่ จะให้มีส่วนผสมจากธรรมชาติมากขึ้นจากขณะนี้กำหนดไว้ 10% อาจเพิ่มเป็น 30-50% โดยสินค้าที่ถูกจับตาและพูดถึงทุกครั้งเมื่อมีการพูดถึงภาษีเครื่องดื่มคือ ชาเขียวที่มีตลาดใหญ่ประมาณ 1.55 หมื่นล้านบาท โตปีละประมาณ 13-14%
ชาเขียว-น้ำผลไม้-กาแฟโดนหมด
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า แผนการเก็บภาษีเครื่องดื่มนั้น กระทรวงการคลังเคยเสนอรัฐบาลชุดนี้มาตั้งแต่เป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถือเป็นหนึ่งในแผนปฏิรูปภาษีของกระทรวงการคลัง นอกจากชาเขียวแล้ว คสช.เคยยังสั่งให้กรมสรรพสามิตไปศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มในตู้แช่ที่วางจำหน่ายตามร้านค้าปลีกทั่วไป อาทิ กาแฟกระป๋องที่มีส่วนผสมของกาเฟอีนและน้ำตาล น้ำผลไม้กระป๋อง สำหรับภาษีเครื่องดื่มไม่ใช่แอลกอฮอล์มีเพดานจัดเก็บที่ 20% กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มล่าสุดประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี ถ้าปรับขึ้นภาษีคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี
“กระทรวงการคลังได้หารือกับกระทรวงสาธารณสุขมาหลายปีแล้ว ถึงกรณีเครื่องดื่มที่ส่วนผสมจากน้ำตาลสูง กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าเครื่องดื่มดังกล่าวมีส่วนทำลายสุขภาพ ทำให้เกิดโรคเบาหวาน และในต่างประเทศได้รณรงค์ให้ลดการดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้มานานแล้ว” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ในเรื่องภาษีพนันกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อดูว่าควรจะจัดเก็บภาษีจากการพนันที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายได้อย่างไรบ้าง โดยปัจจุบันกรมสรรพสามิตมีภาษีที่อยู่ในกฎหมายของกรม อาทิ สนามแข่งม้า ภาษีสลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีการกำหนดไว้ว่าต้องเก็บ 20% แต่ในปัจจุบันยังได้รับการยกเว้นและภาษีจากไพ่ โดยการจัดเก็บภาษีในที่กลุ่มภาษีพนันไม่ถึง 100 ล้านบาท แบ่งเป็นสนามม้ากว่า 50 ล้านบาท ไพ่กว่า 20 ล้านบาท
ตัน-อิชิตันแนะเก็บเท่าเทียม
นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณีภาครัฐเตรียมศึกษาว่าการบริโภคน้ำตาลเป็นโทษต่อร่างกายหรือไม่ อาจส่งผลให้เกิดการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลในอนาคตนั้น ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลหากภาครัฐเก็บภาษีดังกล่าวอย่างเท่าเทียม ทั้งเครื่องดื่มชา กาแฟ และเครื่องดื่มอื่นที่ผสมน้ำตาลในระดับที่ภาครัฐกำหนด ไม่เลือกเก็บเฉพาะชาเขียวแต่เพียงอย่างเดียว หากทำเช่นนั้นได้การแข่งขันจะเป็นไปอย่างเท่าเทียม แต่ที่เป็นห่วงคือเมื่อจัดเก็บแล้ว ผู้ประกอบการเครื่องดื่มผสมน้ำตาลที่เพิ่งเข้าตลาดได้ไม่นาน รวมทั้งผู้ประกอบการเครื่องดื่มขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) จะได้รับผลกระทบหนักและแข่งขันสู้เจ้าอื่นไม่ได้ หน้าที่ของภาครัฐคือส่งเสริมให้เอกชนไทยแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ หากผู้ประกอบการประกอบธุรกิจในประเทศแข็งแรงมียอดขายที่ดีจนมีเงินทุนที่เพียงพอต่อการขยายธุรกิจส่งออกไปต่างประเทศซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างรายได้ให้ประเทศไทย ดังนั้น จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้ถี่ถ้วน
โค้กขอรอดูสถานการณ์ก่อน
นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด และเลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย กล่าวว่า กรณีกรมสรรพสามิตมีแนวคิดจัดการภาษีเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมน้ำตาล เนื่องจากมีส่วนในการทำลายสุขภาพนั้น ในส่วนของผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทยคงเร็วเกินไปที่จะประเมิน หากจะมีการเก็บภาษีจริง ทางสมาคมก็คงยอมรับและไม่ได้ขัดข้องอะไร แต่อยากจะให้มีการเรียก
ผู้ประกอบการเข้ามาพูดคุยกันก่อน เพราะในขณะนี้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มก็มีการเสียภาษีสรรพสามิตอยู่แล้ว ในช่วงที่ผ่านมาเวลาจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรกรมสรรพสามิตก็จะเรียกผู้ประกอบการไปพูดคุยด้วยดีเสมอมา โดยจุดยืนของสมาคมมองว่าน้ำตาลไม่ได้มีแค่ส่วนผสมในเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอยู่ในสินค้าทุกชนิด เพราะฉะนั้นหากมีการจัดเก็บภาษีเฉพาะเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว จะถือเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่
นายนันทิวัตกล่าวต่อว่า นอกจากนี้สมาคมยังมองว่าการบริโภคน้ำตาลไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี เพราะน้ำตาลก็ถือเป็นสารอาหารอย่างหนึ่งที่ร่างกายต้องการเพื่อไปใช้ในการสร้างพลังงาน หากเป็นสิ่งที่ไม่ดีน่าจะเป็นสารจำพวกเกลือมากกว่า รวมทั้งการบริโภคน้ำตาลก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่จะบริโภคมากหรือน้อย ตามลักษณะร่างกาย และการใช้พลังงานในชีวิตประจำวันของแต่ละคน หากบริโภคเกิน ไม่พอดี ไม่สมดุลกับการใช้พลังงานก็อาจก่อให้ผลเสียต่อร่างกายได้เช่นเดียวกันการบริโภคสารอาหารประเภทอื่นๆ อาทิ ไขมัน ถามว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วบริโภคอย่างอื่นเกินพอดีแล้วก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ควรที่จะมีการจัดเก็บภาษีอย่างอื่นด้วยหรือไม่

