นางสาวประภารัตน์ ตังควัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท นอร์ติส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ปีนี้นอร์ติสยังคงรุกขยายกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการในแผนการพัฒนากว่า 50 เมกกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรธุรกิจในท้องถิ่นรวม 4 โครงการ กำลังการผลิตรวมประมาณ 20 เมกกะวัตต์ และพร้อมรุกขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนรูปแบบพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์เซลล์)ในภูมิภาคเอเชีย โดยร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาโครงการ เพื่อผลักดันให้นอร์ติสก้าวสู่การเป็นบริษัทชั้นนำในธุรกิจพลังงานในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน อาทิเช่น พม่า ลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย ตั้งเป้าว่าจะลงทุนพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในต่างประเทศกว่า 30 เมกกะวัตต์ ภายในปี 2562 โดยปี 2559 ได้ทำสัญญาพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มอี (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) และอินโดนีเซีย
นางสาวประภารัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ นอร์ติสจะเจาะกลุ่มลูกค้าครัวเรือนรายย่อยด้วย เพราะปัจจุบันมีกระแสตื่นตัวของอาคารธุรกิจและบ้านเรือนสนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟ เพราะช่วงเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมาต้นทุนลดลงถึง 60-70% จึงเชื่อว่าระดับครัวเรือนสามารถรับได้กับการลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือโซลาร์รูฟ ทั้งนี้บริษัทได้เปิดตัว “โซลาร์ลา” แอพพลิเคชั่นให้ความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ถือเป็นรายแรกในไทยที่ทำมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ เป็นการดำเนินนโยบายเชิงรุกมากขึ้น โดยมีแผนร่วมมือกับผู้นำในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งเป้าจำหน่ายและติดตั้งจำนวน 10 เมกะวัตต์ ช่วยประเทศประหยัดพลังงานจากการผลิตไฟฟ้าลง 15 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยปีที่ผ่านมา ได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้วบนพื้นที่หลังคาบ้านเรือนขนาด 80 ตร.ม. ที่สุขุมวิท 31 เขตวัฒนา กทม. กำลังติดตั้ง 9.45 กิโลวัตต์ ช่วยลดการใช้พลังงานจากการผลิตไฟฟ้าลง 30-40 กิโลวัตต์ต่อวัน หรือคิดเป็นประหยัดค่าไฟ 58,400 บาทต่อปี และติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (นนทบุรี) บนพื้นที่ของหลังคาอาคารเรียนขนาด 450 ตร.ม. ใช้กำลังการผลิต 30 กิโลวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ปีละ 43,800 หน่วย ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ราว 175,000 บาทต่อปี

