“ทีโอที”เปิดประกวดราคาอุปกรณ์โครงการ“เน็ตประชารัฐ”-บังคับทุกรายลงนามสัญญาคุณธรรม

7.02.17 | 17:17 น.

นายมรกต เธียรมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจทัล บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสื่อสัญญาณเคเบิลใยแก้วนำแสง(เอฟทีทีเอ็กซ์) หรือ โครงการอินเตอร์เน็ตประชารัฐ ว่า หลังจากที่ได้ประกาศขายแบบประกวดราคาการจัดซื้ออุปกรณ์รองรับโครงการฯ จำนวน 5 ประเภทอุปกรณ์ ได้แก่ เคเบิลใยแก้วนำแสง Optical Fiber Cabel, อุปกรณ์ข่ายสาย ODN, อุปกรณ์ Optical Line Terminal (OLT) หรือ อุปกรณ์ควบคมเครือข่าย, อุปกรณ์ Switch และอุปกรณ์ Wireless Access Point ระหว่างวันที่ 23 มกราคม- 6 กุมภาพันธ์ 2560 นั้นปรากฎว่า มีผู้สนใจซื้อแบบแต่ละรายการประมาณ 18-24 ราย โดยในวันที่ 7กุมภาพันธ์ 2560 ได้เชิญผู้ที่มีความประสงค์จะเสนอราคา Bidder Conference มาประชุมเพื่อตอบข้อซักถามแล้ว


“ขอให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินการครั้งนี้จะดำเนินการอย่างเป็นกลาง มีคณะกรรมการขึ้นมากำหนดสเป็ค ฉะนั้นจะไม่มีการล็อกสเป็ค หรือกีดกันผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งแน่นอน โดยในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นี้จะยังกำหนดให้ผู้ประกอบการทุกรายต้องลงนามในสัญญาคุณธรรมทุกรายด้วย ซึ่งในการหารือร่วมกับผู้ประกอบการที่ให้ความสนใจ พบว่าแต่ละรายมีความเข้าใจเป็นอย่างดี” นายมรกต กล่าว

นายมรกต กล่าวว่า สำหรับการยื่นเอกสารเสนอราคากำหนดให้ผู้ซื้อเงื่อนไขและข้อกำหนดจัดทำเอกสารเสนอราคาระหว่างวันที่ 7-10 กุมภาพันธ์ 2560 และกำหนดยื่นเอกสารเสนอราคาในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 พร้อมลงนามข้อตกลงคุณธรรม โดยคาดว่าประมาณต้นเดือนมีนาคม2560 จะสามารถลงนามสัญญา ประมาณปลายเมษายนส่งมอบอุปกรณ์ และประมาณเดือนพฤษภาคมจะดำเนินการติดตั้งได้และส่งมอบได้จำนวนประมาณ 3,000 หมู่บ้าน และจะดำเนินการติดตั้งและส่งมอบทุกเดือนโดยคาดว่าภายในเดือนธันวาคม จะติดตั้งและส่งมอบครบ 24,700 หมู่บ้านตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ทีโอที พร้อมที่จะดำเนินการติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงตามเป้าหมายของโครงการภายในปี 2560 โดย ทีโอที ได้มีการจัดตั้งสำนักงานบริหารโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล เพื่อบริหารโครงการฯ ให้บรรลุเป้าหมายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่าโครงการดังกล่าวน่าจะมีค่าใช้จ่ายของโครงการรวมทั้งสิ้นราว 10,000 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติจัดสรรงบประมาณมาให้ 13,000 ล้านบาท