หน้าแรก เศรษฐกิจ เงินบาทแข็งขึ...

เงินบาทแข็งขึ้น รับอานิสงส์ทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงเงินเยน กดดันดอลลาร์อ่อนค่า

3.05.24 | 10:03 น.

เงินบาทแข็งขึ้น รับอานิสงส์ทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงเงินเยน กดดันดอลลาร์อ่อนค่า


เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.81 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.97 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.75-37.00 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงก่อนตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯและประเมินกรอบเงินบาท 36.60-37.20 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ

นายพูน กล่าวว่า โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง (แกว่งตัวในช่วง 36.80-37.00 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ และการรีบาวด์ขึ้นบ้างของราคาทองคำ หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มคลายกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังถูกกดดันจากการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ส่วนหนึ่งอาจได้แรงหนุนจากการเข้าแทรกแซงค่าเงินโดยทางการญี่ปุ่น

รวมถึงการปิดสถานะของผู้เล่นในตลาดบางส่วนที่ได้ Short JPY (มองเงินเยนอ่อนค่า) ในช่วงก่อนหน้า ขณะเดียวกัน ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ก็มีส่วนลดความต้องถือครองเงินดอลลาร์ลง ก่อนที่ผู้เล่นในตลาดจะทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ทั้งข้อมูลการจ้างงาน และดัชนี ISM PMI ภาคการบริการ ในช่วงคืนวันศุกร์นี้

Advertisement

นายพูน กล่าวว่า สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ทั้ง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Average Hourly Earnings) อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) และ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ โดย ISM (ISM Services PMI) และนอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินช่วงนี้ได้พอสมควร

นายพูน กล่าวว่า สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า การแข็งค่าหลุดโซน 37 บาทต่อดอลลาร์ ตั้งแต่วันก่อนหน้า ได้สะท้อนว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาทเริ่มมีกำลังมากขึ้น ซึ่งได้แรงหนุนจากความกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดของผู้เล่นในตลาดที่คลี่คลายลงบ้าง ทำให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พลิกกลับมาย่อตัวลง

อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินบาทเสี่ยงผันผวนสูงในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ทั้ง ข้อมูลตลาดแรงงาน (รับรู้ราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) และ ดัชนี ISM PMI ภาคการบริการ (รับรู้ราว 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) เนื่องจาก หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ พลิกกลับมาดีกว่าคาดชัดเจน เช่น ยอดการจ้างงานเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 2.5 แสนราย พร้อมกับอัตราการเติบโตของค่าจ้างที่สูงกว่า +4.0%y/y (หรือ +0.4%m/m ขึ้นไป)

ส่วน ดัชนี ISM PMI ภาคการบริการ ก็อาจยังอยู่ในระดับสูงกว่า 52 จุด ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมากังวลแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดอีกครั้ง ส่งผลให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ไม่ยาก ซึ่งในกรณีดังกล่าว เงินบาทมีโอกาสกลับมาอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 37.15-37.25 บาทต่อดอลลาร์ ได้อีกครั้ง (เงินบาทต้องอ่อนค่าผ่านโซน 37.00 บาทต่อดอลลาร์ ให้ได้ก่อน)

ในทางกลับกัน หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าวของสหรัฐฯ ออกมาตามคาด หรือแย่กว่าคาดเล็กน้อย ก็อาจทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงได้บ้าง ซึ่งเงินบาทก็อาจยังคงแกว่งตัวแถวโซนแนวรับ 36.80 บาทต่อดอลลาร์ และหากข้อมูลออกมาแย่กว่าคาดชัดเจน ก็อาจหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับถัดไป 36.50-36.60 บาทต่อดอลลาร์ ได้เช่นกัน ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า เงินบาทจะสามารถแข็งค่าหลุดโซนดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะอาจทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยปิดสถานะ Short THB (มองเงินบาทอ่อนค่า) ได้บ้าง

“เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวผันผวนสูง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงไปมาของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินบาท ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน” นายพูน กล่าว