นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้หุ้นไทยถือว่ามีมูลค่าค่อนข้างแพง ยังมองกรอบหุ้นไทยปีนี้อยู่ที่ 1,500-1,650 จุด และอาจมีโอกาสปรับขึ้นจากฟองสบู่ได้ถึง 1,700 จุด โดยในช่วงนี้จนถึงเดือนเมษายน จะเกิดปรากฎการณ์หุ้นปันผล คือนักลงทุนจะซื้อหุ้นเพื่อเก็งปันผลทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น จึงแนะนำทยอยซื้อหุ้นในช่วงที่ดัชนีย่อตัวและไปขายในเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน
นายไพบูลย์ นลินทรางกูรประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด และนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมาสูงจึงทำให้ช่วงนี้ต้องพักฐาน แต่ในระยะยาวมองว่ายังมีโอกาสปรับขึ้นได้จากอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (อีพีเอส) ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในระดับ 12-13% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือทำได้ 107 บาทต่อหุ้นและในปี 2561 จะทำได้เป็น 119 บาทต่อหุ้น สิ่งที่ต้องติดตามสำหรับเศรษฐกิจไทยหลังจาก นี้ คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลตั้งเป้าสูงถึง 4% ขณะที่นักวิเคราะห์ในตลาดมองว่าจะทำได้ประมาณ 3.2-3.3% ทางทิสโก้มองว่าจะขายตัวในระดับ 3.4% ตามการฟื้นตัวของการลงทุนการค้าโลกและแรงส่งจากนโยบายการคลัง รวมทั้งเงินเฟ้อที่เป็นบวกกับกำไรบริษัทจดทะเบียน หากทำได้จริงจะยิ่งสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน
อย่างไรก็ตาม ขณะที่การส่งออกในปีนี้คาดว่าจะดีกว่าปีที่แล้วกลายมาเป็นตัวหนุนเศรษฐกิจ กรณีที่เศรษฐกิจดีตามคาด จะเห็นนักวิเคราะห์ทยอยปรับคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนทุกไตรมาส โดยมองกรอบหุ้นไทยปลายปีในระดับเดิมที่ 1,650 จุด ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา คือ ปัจจัยต่างประเทศโดยเฉพาะการเลือกตั้งในประเทศต่างๆ ขณะที่การเลือกตั้งในประเทศไทย เป็นที่แน่นอนแล้วว่าคงไม่เกิดขึ้นในปีนี้ทำให้ไม่รวมอยู่ในปัจจัยเสี่ยงหรือปัจจัยบวก แต่เรื่องดังกล่าวจะกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งในช่วงต้นปี 2561
ด้านกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นนั้นยังมองว่ามีโอกาสที่เงินจะไหลเข้าสูง ส่วนหนึ่งเป็นเงินจากนักลงทุนโยกเงินออกจากตลาดตราสารหนี้เพราะให้ผลตอบแทนน้อยลงตามเทรนดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะที่ประเทศไทยยังมีความน่าสนใจจากภูมิคุ้มกันด้านเศรษฐกิจดี และไม่ใช่เป้าหมายโจมตีทางด้านการค้าของสหรัฐ ทั้งนี้ กลุ่มหุ้นที่น่าลงทุนในช่วงนี้คือหุ้นที่ปี 2559 อยู่ในภาวะที่ไม่ดีนัก เช่น กลุ่มค้าปลีกที่ได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจในประเทศ กลุ่มส่งออก ค้าขายระหว่างประเทศ รวมทั้งกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ในปี 2559 มีการตั้งสำรองไว้สูงมากแล้ว ขณะที่ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) น่าจะถึงจุดสูงสุดแล้ว
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า ยังมองว่าหุ้นในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และอินเดีย เป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุนในปีนี้ เนื่องจากสหรัฐได้รับประโยชน์จากนโยบายนายโดนัลด์ ทรัมป์ ญี่ปุ่นได้ประโยชน์จากค่าเงินเยนอ่อนค่าและกำไรบริษัทจดทะเบียนดีทำให้ราคาหุ้นยังถูก ส่วนตลาดอินเดียน่าสนใจเนื่องจากก่อนหน้านี้ปรับฐานลงแรงจากการยกเลิกพันธบัตร แต่ในระยะยาวเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดเบียนยังดี พร้อมให้ขายทำกำไรน้ำมันเพราะราคาปรับขึ้นมามากและซึมซับข่าวดีไปหมดแล้ว โดยให้หันมาทยอยสะสมทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงแทน

