นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กล่าวในงาน SEC Fintech Day 2017 ที่จัดโดย ก.ล.ต. ภายใต้แนวคิด Crossing Boundaries Together ว่า ก.ล.ต.พร้อมให้การสนับสนุนทั้งฝั่งผู้ประกอบการเดิม และฟินเทคสตาร์ตอัพที่เป็นผู้เล่นรายใหม่ ด้วยการสร้าง regulatory framework และ ecosystem ที่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมอย่างเต็มที่ โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์ของ ก.ล.ต.ในช่วง 3 ปีนี้จะเน้นเรื่องการขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขัน และการลดความเหลื่อมล้ำด้วยเทคโนโลยี รวมทั้งช่วยให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลและอำนาจต่อรองมากขึ้น
ปัจจุบัน ก.ล.ต.กำลังเริ่มดำเนินการสร้าง regulatory sandbox เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่มีความคิดสร้างสรรค์สามารถทดสอบแนวคิดกับลูกค้าจริงในขอบเขตจำกัด โดยยังไม่มีต้นทุนในการปฏิบัติตาม regulatory requirements ที่สูงเกินไป โดยช่วงแรกจะเปิด sandbox ด้านที่ปรึกษาการลงทุน การจัดการกองทุนส่วนบุคคล clearing & settlement และ trading platform ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจสามารถเข้ามาหารือกับ ก.ล.ต.ได้ นอกจากนี้ ภายใน 2-3 เดือนจะเห็นความชัดเจนเรื่องการจัดตั้งหน่วยงานกลาง ที่เป็นจุดเชื่อมโยงการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จากปัจจุบันที่ผู้ประกอบการฟินเทคต้องขออนุญาตกับหลายหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการเงิน ตลาดทุนและประกัน เช่น ก.ล.ต. ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
นายเจษฎา สุขทิศ นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนสมาชิกสมาคม เพิ่มขึ้นจาก 42 รายในปี 2558 มาอยู่ที่ 100 ราย ในส่วนนี้เป็นผู้ประกอบการฟินเทค 60 ราย ที่เหลือเป็นสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม มองว่าผู้ประกอบการฟินเทคยังต้องการความช่วยเหลือเรื่องการสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาจากภาครัฐ ซึ่งแนวโน้มของฟินเทคต่อจากนี้จะเห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์มากขึ้น เช่น การทำโซเชียลแบงกิ้ง เป็นต้น

