นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (Bangkok Gems & Jewelry Fair )ครั้งที่ 59 ระหว่างวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ 2560 ที่เมืองทองธานี ว่า ขณะนี้มีผู้ค้าไทยและต่างชาติ 730 บริษัท กว่า 2พันคูหา มากกว่าครั้งก่อนประมาณ 18% นอกจากนี้ มีผู้นำเข้าจากทั่วโลกตอบรับเข้างานจำนวนมาก ประเมินว่างานครั้งนี้จะมีผู้เข้าชมงาน 2.3 หมื่นราย สร้างมูลค่าซื้อขายในงานกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ การจัดงานในครั้งนี้ จะได้รับประโยชน์จากมติ ครม.ที่ก่อนหน้านี้เห็นชอบให้ลดภาษีนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับ มีผลตั้งแต่ 28 มกราคม 2560 และมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น ผู้ประกอบการสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายเงินเดือนและค่าจ้างแรงงาน มาตรการดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เป็นต้น ประกอบกับกระทรวงได้ปรับรูปแบบการจัดงานและเพิ่มพื้นที่สำหรับกลุ่มลูกค้าเฉพาะด้าน เจาะกลุ่มสูงวัยอายุเกิน 60 ปี เครื่องประดับชาย เครื่องประดับสัตว์เลี้ยง เครื่องประดับงานแต่งงาน เครื่องประดับโชคลาง และ เครื่องประดับแนวใหม่ๆ ก็จะเป็นส่วนผลักดันยอดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับโต 5% มูลค่า 7,320 ล้านเหรียญ และผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน และติดอันดับ 1ใน3 ของโลกในเร็วๆ นี้ จากปัจจุบันอันดับ10
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ และ เจ้าของห้างทองคำจิวฮั่วเฮง กล่าวว่า การลดภาษีนำเข้าอัญมณีและเครื่องประดับ จะส่งผลกับทองเคจากเดิมเสียภาษี 20% แต่ทองคำไม่ได้รับประโยชน์ ส่วนภาวะราคาทองคำขณะนี้ ค่อนข้างผันผวนและยังเป็นช่วงราคาขาขึ้น เนื่องจากนโยบายการค้าของนายโดนัลทรัมป์ ที่จะกระทบต่อค่าเงิน กำลังซื้อ และราคาน้ำมัน
“ทองคำในตลาดโลกสูงขึ้น วันนี้ออนละ 1,230 เหรียญ มีแนวโน้มถึง 1,245 เหรัยญ แต่เนื่องจากบาทแข็งค่ามาแล้ว 2% ทำให้ราคาทองในประเทศ ขยับขึ้นไม่แรง ซึ่งทุก 10 สตางค์ต่อเหรียญ จะทำให้ราคาทองขึ้นหรือลง 60 บาทต่อบาททอง ” นายจิตติกล่าว และว่า แม้ช่วงนี้ใกล้วาเลนไทน์ เป็นเทศกาลวัยรุ่น จึงไม่ค่อยนิยมซื้อทอง ทางร้านจึงผลิตทองเป็นของประดับชิ้นเล็กๆ มูลค่าต่อชิ้นเริ่มที่พันกว่าบาท ส่วนการซื้อขายทั่วไปถือว่าไม่คึกคัก ยอดขายน่าจะโตแค่ 1-2%

