เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ในงานแถลงข่าวเปิดตัว ซัมซุง เพย์ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประเทศไทยเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล อีโคโนมี แต่สิ่งที่กระทรวงคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน คือ ระบบการชำระเงิน ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ระบบดิจิทัลได้ แต่ที่ผ่านมาในช่วง 10 ปี ระบบการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลยังไม่ประสบความสำเร็จ เป็นเพราะธนาคารต่างๆ ยังแย่งกันเปิดตู้เอทีเอ็ม ขยายสาขาธนาคาร ทำให้การขับเคลื่อนเป็นไปแบบไร้ประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การที่กระทรวงวางโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินของประเทศ โดยนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างครบวงจร เริ่มตั้งแต่การโอนเงิน การรับจ่ายเงินระหว่างประชาชน รวมไปถึงการใช้จ่ายของภาครัฐบาลและเอกชน ซึ่งต้องให้คนใช้บัตรเหล่านี้ไปใช้ได้จริง
“การจะพัฒนาให้สำเร็จได้ ต้องจะมีการพัฒนาบัตรรองรับ รวมถึงขยายจุดรับบัตร ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยร้านค้าต้องมีระบบรองรับ มีจุดชำระเงิน เพราะเมื่อมีจุดรับได้มาก ก็จะสะดวกมากขึ้น แม้แต่กินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ก็ใช้ได้ ที่สำคัญ ราคาสินค้าต่างๆ ต้องไม่แพงแตกต่างไปจากการใช้ในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งต้องถูก ระบบนี้จึงถึงจะเกิด และสิ่งที่จะตามมา คือ เกิดความประหยัด และสะดวกเกิดขึ้นแน่ และทำให้ประชาชน เข้าสู่บริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น”
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังช่วยเรื่องภาษี เพราะทุกอย่างมันเชื่อมโยงระบบภาษี และกระทรวงคลังจะเข้าถึงข้อมูลช่วยเหลือคนยากไร้ได้ตรงจุดมากขึ้น และเมื่อใช้กันทั่วประเทศ ก็จะป้องกันปัญหาคอรัปชั่นได้ เพราะปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่าจะใช้เงินสดเพื่อจ่ายคอรัปชั่น แต่ยอมรับว่าไม่ได้สามารถแก้ไขได้หมด ทั้งนี้ เมื่อซัมซุง เพย์เข้ามาในประเทศไทย เป็น 1 ใน 10 ประเทศทั่วโลก ถือว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม แทนที่จะพกบัตรหลายใบ ก็ใช้วิธีการอ่านข้อมูลในโทรศัพท์ แล้วนำโทรศัพท์ไปใช้แตะจุดชำระเงิน ก็สามารถทำได้เลย ลดการถือบัตรเครดิต
ปัญหาคอรรัปชชั้น ฟอกเงิน นั้น แนวคิดตั้งแต่แรก การทำให้ชำระเงินเป็นอิลฺกทรอนิกส์ นอกจากต้นทุนประหยัด ยังสามารถทำให้สถาบันการเงินก้าวไปสู่สากลได้ และเมื่อเกิดระบบนี้ขึ้น ทำให้ประชาชนเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น อย่างระบบพร้อมเพย์ ที่โอนเข้าสู่ระบบธนาคาร ในที่สุดแล้วคนที่ไม่มีบัญชีธนาคาร สามารถรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้ ลดความเหลื่อมล้ำ
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ชุดแรกที่จะอออกมา จะเป็นบัตรสวัสดิการสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย หรือบัตรที่ต้องการรับสวัสดิการภาครัฐ โดยกระทรวงจะเติมวงเงินให้ เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้สวัสดิการต่างๆ ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกได้ดีมากขึ้น เข้าถึงการรับบริการที่ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อย จะเข้าถึงภาครัฐได้สูงมากขึ้น ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมการชำระเงินนั้น จะเป็นเรื่องของร้านค้า ซึ่งปกติร้านค้าต่างๆ จะไม่นิยมเก็บค่าธรรมเนียม เพราะหากราคาสินค้าไม่มาก แต่ค่าธรรมเนียมสูง ลูกค้าก็จะไม่ชำระผ่านช่องทางนี้ เนื่องจากรูดบัตรก็ไมคุ้ม ส่วนเจ้าของกิจการก็จะได้กำไรเพียงเล็กน้อย เช่น ซื้อของ 100 บาท กำไรเพียง 10 บาท หากค่ารูดบัตรเสียไป 10 บาท เจ้าของกิจการจะได้อะไร สุดท้ายแนวทางนี้จะไม่เกิด กระทรวงการคลังจึงเน้นย้ำกับผู้ที่เข้ามาประมูล 2 ราย ในเรื่องค่าธรรมเนียมที่คิดกับร้านค้าต้องถูก ในระดับหลักสตางค์ต่อครั้งต่อมูลค่า คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า
“เรื่องค่าธรรมเนียมจะอยู่ในหลักสตางค์ตามที่กระทรวงการคลังเคยบอกกับผู้ประมูลไปหรือไม่นั้น หรือผลจะออกมาเท่าใด ก็อยู่ที่ผู้ประมูล เพราะเป้าหมายของกระทรวง คือ ใครทานก๋วยเตี๋ยวริมทางเดินก็ควรจะรูดบัตรจากระบบนี้ได้ โดยกระทรวงเองได้ให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประมูล อาทิ การนำเข้าเครื่องสำหรับรูดโดยไม่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ กระทรวงได้กำหนดในร่างจัดทำข้อกำหนดโครงการ หรือทีโออาร์ ให้มีผู้ดำเนินการ 2 ราย แต่สุดท้ายแล้ว ทั้ง 2 รายที่ยื่นประมูล จะได้ทั้ง 2 ราย หรือได้รายเดียว ก็ต้องรอดูผลการประมูลอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ค่าธรรมเนียมให้บริการแม้จะถูก แต่จะทำให้มูลค่าการใช้จ่ายในภาพรวมสูงขึ้นอีกมากอย่างแน่นอน เพราะหากทุกบริการมีเครื่องรูด รวมถึงเรื่องการเดินทางอย่างขึ้นแท็กซี่ ก็ควรจะมีด้วย ในระยะแยกตามโครงการน่าจะติดตั้งได้ราว 5 แสนเครื่อง เริ่มติดตั้งไตรมาส 2 ใช้เวลาติดตั้ง 1 ปี และปีหน้าน่าจะเริ่มใช้งานได้ โดยมุ่งไปที่หน่วยงานภาครัฐก่อน เพื่อบริการประชาชน อาทิ ชำระค่าน้ำ ค่าไฟ”นายอภิศักดิ์ กล่าว
นายโยง เชิล โจ ประธานบริษัท ไทย ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เปิดบริการซัมซุง เพย์ ระบบชำระเงินผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เปิดโอกาสให้คนไทยชำระเงินรูปแบบใหม่ ด้วยบัตรเครดิตสมาร์ทโฟน โดยเลือกประเทศไทยเป็น 1 ใน 10 ประเทศ ที่ซัมซุงเปิดให้บริการชำระเงินรูปแบบใหม่ และด้วยสิทธิประโยชน์มากมาย คาดหวังว่าจะมีคนหันมาใช้กันมากขึ้น และซัมซุง เพย์ จะผลักดันให้สังคมไทย ชำระเงินแบบไร้เงินสด จากปัจจุบันมีบริการประเทศต่างๆ อาทิ จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย สเปน

