คอลัมน์คิดเห็นแชร์ : กระบวนการเรียนรู้แบบใหม่ที่น่าสนใจ ยุค OKMD ครบ 2 ทศวรรษ

11.05.24 | 12:27 น.

 เนื่องในโอกาสที่สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ครบรอบ 20 ปีแห่งวันสถาปนาองค์กร เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา (OKMD) จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานบริหารพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ..2547” (ณ วันที่ 5 ..2547) โดยทีมงานได้จัดทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่น่าสนใจสำหรับอนาคต และกำลังเป็นเทรนด์ที่กล่าวขวัญถึงอยู่ ผมเห็นว่าเรื่องนี้น่าสนใจและทันสมัยมาก เลยขอนำบทความที่ทีมงาน OKMD จัดทำขึ้นมาเผยแพร่ในที่นี้อีกครั้งครับ

10 เทรนด์การเรียนรู้ที่น่าสนใจในยุคนี้

ทุกวันนี้ข้อมูลความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาและมหาศาล คนเข้าถึงความรู้ได้รวดเร็วและง่ายกว่าแต่ก่อนจากแหล่งความรู้มีอยู่ทั่วไปหลากหลายที่ เกิดกระบวนการเรียนรู้และนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ รวมถึงโอกาสใหม่ๆ ทางอาชีพและการทำงานในยุคนี้…OKMD ชวนคุณมาสำรวจ 10 เทรนด์การเรียนรู้ที่น่าสนใจในยุคนี้กัน 

1.Bite-Sized Learning 

Advertisement

พฤติกรรมการเรียนรู้ของคนเปลี่ยนไป ความรู้ใหม่ๆ มากมายนอกห้องเรียนทำให้ผู้คนในยุคนี้แสวงหาความรู้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการพัฒนาทางด้านดิจิทัล ยิ่งทำให้ผู้คนเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตแทบตลอดเวลา มีแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ๆ มากมายให้ได้เสริมทักษะพัฒนาตนเอง โลกดิจิทัลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในปัจจุบันอย่างปฏิเสธไม่ได้ พฤติกรรมการเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ในยุคโซเชียลมีเดียมีความสนใจเนื้อหาแบบสั้นๆ ทำให้การเรียนรู้ในขนาดสั้นๆ (Bite-Sized Learning หรือ Micro Learning) เริ่มเป็นที่นิยม อาทิ การจัดทำเป็นคอร์สสั้นๆ/คอร์สที่มีการแบ่งบทเรียนเป็นเนื้อหาสั้นๆ ซึ่งอาจช่วยให้ผู้เรียนค่อยๆ ซึบซับและเข้าใจเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2.Education Transformation-สถาบันการศึกษา ต่างปรับตัว

ความรู้ในทุกวันนี้มีมากมายและแสวงหาได้ง่ายขึ้น การเรียนรู้ในยุคนี้จึงไม่ใช่การเรียนเพื่อท่องจำ แต่เป็นการเรียนเพื่อรู้ และรู้เพื่อนำไปใช้ต่อได้ รวมทั้งการส่งเสริมให้มีทักษะความสามารถที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อที่จะได้มีความสนใจในการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ด้วยตนเอง สถาบันการศึกษาหลายแห่งจึงมีการปรับหลักสูตรและวิธีการสอนที่เน้นไปที่การเรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพ มีการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Experiential Learning) สามารถประยุกต์ใช้ได้ รวมถึงมีการบูรณาการสาขาวิชาต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งการเรียนแบบบูรณาการศาสตร์ต่างๆ เข้าด้วยกันทำให้สามารถประยุกต์ใช้ ต่อยอดได้หลากหลายขึ้น สามารถใช้งานในชีวิตจริงได้ นอกจากนี้สถาบันการศึกษายังเน้นส่งเสริมการเรียนรู้รอบด้านที่ไม่ใช่แค่การเรียนรู้วิชาการ แต่เป็นการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทั้งทางจิตใจ อารมณ์ ศีลธรรมต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน เช่น ทักษะความเห็นอกเห็นใจ ความยืดหยุ่น และการสื่อสาร เป็นต้น ครูผู้สอนมีการปรับตัวจากผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวกและผู้แนะนำการเรียนรู้ (Facilitator/Coach) ที่ช่วยส่งเสริมผู้เรียนให้เข้าถึงองค์ความรู้ในประเด็นที่สนใจได้อย่างเหมาะสม

3.Lifelong Learning to Lifelong Learner-บ่มเพาะความเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต  

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและองค์ความรู้เกิดใหม่เป็นจำนวนมาก แนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในยุคนี้ที่จำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาทักษะอยู่เสมอ ทักษะความเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็นสิ่งที่องค์กรยุคใหม่ต้องการทั้งคุณลักษณะและทัศนคติ เช่น ความสามารถในการ learn-unlearn-relearn, Growth Mindset เป็นต้น สำหรับการพัฒนาทักษะนั้นผู้คนมองหารูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เน้นการเรียนรู้พัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนได้ตรงตามความต้องการ และสามารถเลือกเรียนสิ่งที่ตนเองสนใจได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ทางออฟไลน์จากที่ต่างๆ อาทิ แหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ และระบบการเรียนรู้ทางออนไลน์เป็นอีกแพลตฟอร์มหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในการเติมเต็มทักษะที่ต้องการ ที่ทำให้สามารถเลือกเรียนรู้ได้ตามที่ตนเองสนใจ ภายใต้เวลา สถานที่ ตามที่ตนเองสะดวก ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Coursera, Udemy, edX ที่มีคอร์สออนไลน์ให้เลือกจำนวนมากแล้ว ยังมีแพลตฟอร์มบางแห่งที่มีระบบการสะสมหน่วยเครดิตความรู้ทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ การฝึกทักษะประกอบอาชีพ เพื่อนำหน่วยกิตความรู้นี้ไปต่อยอดทางการศึกษาและการเรียนได้ด้วย เช่น SkillsFuture Singapore ของประเทศสิงคโปร์ หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ของไทยที่เริ่มมีการสะสมเครดิตในการเรียนรู้ทางช่องทางต่างๆ เพื่อเทียบโอนการจบหลักสูตรด้วย 

4.New EdTech-เกิดนวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ

ยุคนี้เป็นยุคแห่งการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้สามารถตอบโจทย์และรองรับการใช้งานอย่างเหมาะสม เอื้อให้คนทุกวัยเข้าถึงข้อมูลได้โดยสะดวก อาทิ แพลตฟอร์มออนไลน์รูปแบบต่างๆ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (VR-Virtual Reality) เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR-Augmented Reality) และเทคโนโลยีความจริงขยาย (XR หรือ Extended Reality) ที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนที่สมจริงและน่าสนใจมากขึ้น รวมถึง AI แอพพลิเคชั่น คลิปวิดีโอ e-book Podcast ฯลฯ ซึ่งข้อมูลมากมายเหล่านี้จำเป็นต้องมีระบบจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งผู้เรียนก็ต้องมีทักษะคัดกรอง แยกแยะ และเลือกใช้ให้เหมาะสม มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในด้านการเรียนรู้ที่ช่วยให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สนุกสนานและน่าสนใจมากขึ้น เช่น Khan Academy สำหรับการเรียนรู้เรื่องทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ฯลฯ การใช้เกมส่งเสริมการเรียนรู้ (Gamification) ในเรื่องต่างๆ เพื่อให้ผู้เรียนมีความเข้าใจและสนุกกับการเรียนรู้มากขึ้น เช่น Duolingo สำหรับฝึกภาษาต่างๆ

5.Blended Learning-เรียนรู้แบบผสมผสานโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย

การเรียนรู้ที่ใช้การเรียนรู้แบบในพื้นที่จริง ผสมผสานกับการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาช่วยในการเรียนการสอนช่วยเพิ่มขอบเขตการเรียนรู้ให้กว้างไกลและมีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ซึ่งแม้จะมีมานานแต่ทำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงยุคดิจิทัลนี้ อย่างการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการสอนที่ช่วยเพิ่มศักยภาพและขีดจำกัดการสอนของครูให้มากขึ้น เช่น การวางแผนและวิเคราะห์ข้อมูลการเรียนรู้ของผู้เรียน การทำสื่อการสอน/สื่อองค์ความรู้ ฯลฯ การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้ได้จากหลายที่ หรือแม้แต่การเรียนทางไกลช่วยให้ผู้เรียนได้เข้าถึงองค์ความรู้หลากหลายมากขึ้นจากทั่วโลก 

6.Skills for Future-ทักษะที่จำเป็นสำคัญกว่า ใบปริญญา

ในตลาดแรงงานปัจจุบันและอนาคต ทักษะเริ่มเป็นที่ต้องการมากกว่าใบปริญญา บริษัทหลายแห่งเริ่มรับคนที่มีทักษะ หรือประสบการณ์ที่ต้องการและเกิดการเรียนรู้จากการทำงานมากกว่า โดยเฉพาะในยุคที่สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ เช่น Google, IBM เริ่มจ้างงานจากทักษะที่ต้องการมากกว่าดูแค่ใบปริญญา 

การเข้ามามีบทบาทของ AI ในการดำเนินชีวิตและการทำงานทำให้คนต้องพัฒนาทักษะ โดยเฉพาะทักษะด้านดิจิทัล ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทักษะชีวิต นอกจากนั้น ทักษะความคิดยืดหยุ่นและการปรับตัวถือเป็นทักษะที่สำคัญที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ควรต้องได้รับการฝึกฝนในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและหาข้อมูลได้ง่ายแค่เพียงปลายนิ้ว

7.Industry-Academy|ภาคธุรกิจ และเอกชนร่วมพัฒนา

ปัจจุบันภาคธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาทในการร่วมพัฒนาคน พัฒนาบุคลากร อาทิ การเปิดสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาทักษะให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจ เน้นการเรียนรู้ภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสได้สัมผัสและเรียนรู้กับรูปแบบการทำงานจริง รวมถึงได้ฝึกพัฒนาทักษะจากผู้เชี่ยวชาญในงานสาขานั้นๆ และยังมีโอกาสในการทำงานต่อที่องค์กรนั้นอีกด้วย รวมถึงอาจมีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่ใช้งานได้จริง ตัวอย่างเช่น แบรนด์ระดับโลก Bottega Veneta เปิดตัวโรงเรียนสอนงานฝีมือ Accademia Labor et Ingenium มีจุดประสงค์เพื่อสืบสานทักษะงานฝีมือซึ่งเป็นหัวใจของ Bottega Veneta ให้คนรุ่นใหม่สามารถมาเรียนรู้กับช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ได้โดยตรง เรียนจบมีโอกาสทำงานกับแบรนด์ต่อได้

8.Learning for Jobs-การปรับตัวของ อาชีพต่างๆ 

ทุกวันนี้คนสามารถเข้าถึงความรู้ได้รวดเร็วและง่ายกว่าแต่ก่อน แหล่งความรู้มีอยู่ทั่วไปหลากหลายที่ ทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ทางอาชีพ ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆ สามารถนำเสนอองค์ความรู้ของตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ได้หลากหลาย คนที่มีความสนใจเฉพาะด้านสามารถแสวงหาความรู้ได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดผู้เชี่ยวชาญและอาชีพเฉพาะทางเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้น จากความสนใจของผู้คนที่มีความหลากหลายเฉพาะด้านมากยิ่งขึ้น เกิดการรวมกลุ่มความสนใจในเรื่องเดียวกัน ซึ่งสามารถพัฒนาต่อยอดกลายเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ อาทิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเบเกอรี่ กลุ่มสร้างรายได้จากการขายต้นไม้ เป็นต้น เกิดอาชีพใหม่ๆ เข้ามาตอบสนองความต้องการในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิ Content Creator บล็อกเกอร์ด้านต่างๆ นักการตลาดออนไลน์ ครูสอนภาษาทางออนไลน์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล โปรแกรมเมอร์ด้าน AI เทรนเนอร์ออกกำลังกายออนไลน์ นักออกแบบอาหารสุขภาพ นักโภชนาการ ฯลฯ นอกจากนั้นผู้ประกอบการรายย่อยยังสามารถเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่หลากหลายในปัจจุบัน

9.Learn & Work from Anywhere-วิถีทำงานที่ เปลี่ยนไป อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้

คนยุคนี้เลือกอาชีพที่ใช่ของตนเองที่เหมาะสมกับเป้าหมายและรูปแบบการใช้ชีวิตของตนเอง สามารถทำงานและหาความรู้ที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ เช่น นักเขียน นักออกแบบ ครีเอเตอร์ ฯลฯ รวมถึงรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปในหลายรูปแบบทั่วโลก อาทิ การทำงานแบบ Hybrid ทำงานจากที่ไหนก็ได้ร่วมกับเข้าออฟฟิศ ซึ่งช่วยตอบโจทย์ Work-Life Balance ของคนยุคใหม่ที่สามารถบริหารเวลาเพื่อจัดการชีวิตและการทำงานได้อย่างเหมาะสม หรือการทำงานแบบ 4 วัน/สัปดาห์ ที่หลายองค์กรทั่วโลกทดลองนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร การเรียนรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับ Global Citizen ด้านต่างๆ โดยเฉพาะทักษะด้านภาษาจึงเป็นอีกทักษะที่สำคัญสำหรับการทำงานยุคนี้ 

10.Work with AI-การทำงานของคนร่วมกับ เทคโนโลยี/ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตมากขึ้น ทำให้การทำงานและเรียนรู้ในปัจจุบันเปลี่ยนไป การทำงานควบคู่กับ AI จึงเป็นสิ่งที่ทำควบคู่กันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่าย ระยะเวลา และความผิดพลาดในการทำงาน คนทำงานจึงต้องปรับตัวและเรียนรู้เพิ่มทักษะรอบด้านให้หลากหลายเพื่อทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างดีขึ้น และสามารถต่อยอดทำงานด้านอื่นในส่วนที่ AI มาแทนที่ด้วย ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้ AI เข้ามาช่วยในการทำงานหลายด้านในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ การใช้ AI ช่วยในการระดมความคิด หาข้อมูล ช่วยจำลองไอเดียออกมาเป็นภาพได้อย่างรวดเร็ว ช่วยในการวางแผนงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือการใช้ AI ช่วยอ่านพากย์เสียง เป็นต้น ทั้งนี้ การนำ AI มาใช้ประโยชน์ในการทำงานจำเป็นต้องมีการเรียนรู้ถึงวิธีการใช้งาน สั่งงานให้ได้ตามแนวคิดที่วางไว้ ข้อจำกัด ข้อควรระวังและประเด็นทางศีลธรรมจริยธรรมที่ต้องคำนึงถึงและศึกษาเพื่อใช้งานได้อย่างเหมาะสม 

หากท่านใดสนใจงานวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรมการเรียนรู้ ติดตามงานของพวกเราชาว OKMD ได้ที่เว็บไซต์ข้างล่างนี้นะครับ

https://knowledgeportal.okmd.or.th/article/all

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร 

ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD