สิงห์ เอสเตท โชว์ผลงานQ1 กวาดรายได้กว่า 4 พันล. กำไรสุทธิโต 46%
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 4,034 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 997 ล้านบาท ซึ่งมีการเติบโตเด่นกว่าเท่าตัว สืบเนื่องจากหลายปัจจัย 1.การรับรู้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ภายหลังการพัฒนาที่ดินและระบบสาธารณูปโภคแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2566 2.การเริ่มต้นโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในไตรมาสแรกของโครงการ ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ ขณะที่รายได้จากธุรกิจให้บริการจำนวน 3,037 ล้านบาท ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจาก1.รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าที่เติบโต 12% จากปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของอัตราการปล่อยเช่าอาคาร S-OASIS เสริมทัพด้วย2. รายได้จากธุรกิจโรงแรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า จากการมีห้องพักรูปแบบใหม่มานำเสนอ ซึ่งสามารถผลักดันให้อัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ทั้งพอร์ตเติบโตขึ้น 24% จากปีก่อนหน้า บรรลุเป้าหมายตามแผนการปรับปรุงสินทรัพย์ที่ตั้งไว้
นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 1 นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จที่สิงห์ เอสเตท ตั้งใจส่งมอบให้ลูกค้ามาโดยตลอด เพื่อสร้างคุณค่าและการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับ ‘Best in Class’ รวมถึงกลยุทธ์การพัฒนาประสิทธิภาพของสินทรัพย์ในทุกพอร์ตโฟลิโอตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้ทุกผลิตภัณฑ์ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย ตลอดจนโครงการ นิคม อุตสาหกรรม เอส อ่างทอง ถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จจากการลงทุน และสร้างคุณค่าเพิ่มของสิงห์ เอสเตทได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจโรงแรมในหลาย ๆ ประเทศที่ดำเนินธุรกิจอยู่ มีสัญญาณเชิงบวกต่อเนื่องจากในไตรมาสที่ 1 ที่มียอดจองห้องพักในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จของกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก
ทั้งนี้มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันรายได้สูงสุดใหม่ภายในปีนี้ แตะ 18,000 ล้านบาท ให้ได้สำเร็จ ด้วยสัญญาณการดำเนินงานที่ดีขึ้นต่อเนื่องจากปลายปี 2566 ของธุรกิจที่พักอาศัย ในโครงการต่างๆ ขณะเดียวกันล่าสุดได้เปิดตัว 2 โครงการใหม่ SHAWN ปัญญาอินทรา และ SHAWN วงแหวนจตุโชติ บ้านเดี่ยวในเซ็กเมนต์ Premium Luxury เพื่อเจาะกลุ่มตลาดใหม่ในทำเลศักยภาพย่านรามอินทรา นอกจากนี้ในช่วงท้ายของปี บริษัทฯ วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 2 โครงการ และโครงการคอนโดฯ 2 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท ส่งผลให้สิ้นปี 2567 นี้ บริษัทฯ จะมีโครงการที่พัฒนาและรอการขายรวมทั้งหมด 14 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 37,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ธุรกิจที่พักอาศัยในปี 2567 เพิ่มขึ้นประมาณ 50% จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากยอดขายที่รอการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ที่อยู่ในมืออีกราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยส่งมอบและรับรู้เป็นรายได้เข้ามาภายในปี 2567
นางฐิติมากล่าวว่า เสริมว่า “สำหรับอีก 2 สินทรัพย์ ที่อยู่ในช่วงการขยายตลาด ได้แก่ อาคารสำนักงานเอส โอเอซิส และการขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง สามารถต่อยอดจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การทยอยเข้าใช้พื้นที่ของผู้เช่ารายหลัก และการทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงในแต่ละอุตสาหกรรม จะช่วยผลักดันให้อัตราเร่งในการขายพื้นที่ในระยะถัดไปมีแนวโน้มที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า และนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน สร้างรายได้ตามเป้าหมาย สำหรับสิงห์ เอสเตทแล้ว ในปี 2567 นี้ ถือเป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวผลผลิต จากรากฐานและโครงการลงทุนที่บริษัทฯ ได้พัฒนาไว้ในช่วง 2 – 3 ปีก่อน เราจึงมีความมั่นใจต่อการบรรลุเป้าหมายรายได้รวมของบริษัทฯ สู่ระดับสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง ด้วยอัตราการทำกำไรที่เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และการรักษาระเบียบวินัยทางการเงินได้อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้กับทุกภาคส่วน”

