ดีอี-ปปง. จ่อปิดบัญชีโมบายแบงกิ้งเสี่ยงเป็นบัญชีม้า 30 ล้านบช. ชื่อไม่ตรงกับซิมการ์ด

ดีอี-ปปง. จ่อปิดบัญชีโมบายแบงกิ้งเสี่ยงเป็นบัญชีม้า 30 ล้านบช. หากพบชื่อไม่ตรงกับซิมการ์ด

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แถลงการประชุม เรื่องความคืบหน้าการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การกวาดล้างบัญชีม้า และเร่งรัดการคืนเงินให้ผู้เสียหาย ตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากระยะแรก 30 วัน (1-30 เมษายน 2567)

โดยประชุมร่วมกับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

Advertisement

นายประเสริฐกล่าวว่า ในที่ประชุมมีความคืบหน้ามาตรการควบคุมการเปิดบัญชีใหม่ เพื่อป้องกันการใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเพิ่มการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (ซีดีดี) โดยมีกระบวนการประเมินและบริหารความเสี่ยงก่อนอนุมัติเปิดบัญชีลูกค้า รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวทางการเงินจากการทําธุรกรรมของลูกค้าใหม่ จากเดิมที่มีการทำการพิสูจน์ตัวตนในการทําความรู้จักลูกค้า (เควายซี) ในการเปิดบัญชีใหม่เท่านั้น โดยทาง ธปท.จะมีการออกประกาศภายในเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งปัจจุบันบางธนาคารได้มีการดำเนินการแล้ว

“ความคืบหน้าเพิ่มเติมในการกำหนดให้ลูกค้าใหม่ที่ต้องการเปิดบัญชีธนาคาร โดยกำหนดให้เจ้าของบัญชีธนาคารและหมายเลขโทรศัพท์ (ซิมการ์ด) ต้องมีชื่อระบุตรงกัน จากเดิมเมื่อเปิดบัญชีธนาคารจะใช้ซิมการ์ดไม่ตรงกันก็สามารถเปิดบัญชีใหม่ได้ เบื้องต้นได้ให้ กสทช.ดำเนินการประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธนาคาร รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้ง ปปง. ธปท. และสมาคมธนาคารไทย” นายประเสริฐกล่าว

Advertisement

พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ขณะนี้ในประเทศไทยมีบัญชีโมบายแบงกิ้งอยู่ราว 106 ล้านบัญชี และมีบัญชีราว 30 ล้านบัญชี ที่ชื่อไม่ตรงกับเจ้าของซิมการ์ด ซึ่งในวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ธนาคารจะเริ่มส่งข้อมูลนี้ให้กับ ปปง. เพื่อส่งข้อมูลให้กับ กสทช. เพื่อตรงวจสอบว่าเจ้าของบัญชีธนาคารกับซิมการ์ดเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ เมื่อ กสทช.ร่วมกับโอเปอเรเตอร์ตรวจสอบจะใช้เวลาประมาณ 120 วัน ถ้าตรวจสอบแล้วข้อมูลตรงกันธนาคารจะรับรองบัญชีทั้งหมด และสามารถใช้งานได้ตามปกติ

พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าวว่า กรณีข้อมูลไม่ตรงกันธนาคารจะแจ้งข้อความผ่านโมบายแบงกิ้งว่าข้อมูลโทรศัพท์ไม่ตรงกับข้อมูลเจ้าของบัญชี จึงขอให้ผู้ใช้บริการไปลงทะเบียนที่ศูนย์บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่ออัพเดตชื่อให้ตรงกัน ถ้าข้อมูลตรงกันแล้วจะเปิดใช้โมบายแบงกิ้งตามปกติ

“แต่ถ้ากรณีข้อมูลไม่ตรงและพ้นระยะเวลาที่กำหนด เช่น กำหนดให้ภายใน 60 วัน ต้องอัพเดตข้อมูล หากผ่านไปแล้ว 60 วันยังไม่เปลี่ยนแปลง บัญชีธนาคารจะใช้ได้ตามปกติ แต่โมบายแบงกิ้งจะใช้ไม่ได้ เพราะมิจฉาชีพจะใช้บัญชีม้าทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงก์กิ้งและเอทีเอ็ม ดังนั้น บัญชีม้าที่มิจฉาชีพซื้อไปใช้และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้ตรงกับเจ้าของบัญชีได้จะถูกตัดการให้บริการทุกช่องทาง” พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับผลการกวาดล้างบัญชีม้าถึง 30 เมษายน 2567 ดังนี้ ระงับบัญชีม้าแล้วกว่า 700,000 บัญชี แบ่งเป็น ธนาคารระงับเอง 300,000 บัญชี AOC ระงับ 101,375 บัญชี ปปง.ปิด 325,586 บัญชี ขณะที่ตำรวจดำเนินการการจับกุมคดี บัญชีม้า-ซิมม้า เมษายน 2567 มีจำนวน 361 คน เพิ่มขึ้น 1.9 เท่า เทียบกับ การจับกุมเฉลี่ย 187 คนต่อเดือน ช่วงมกราคม-มีนาคม 2567

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image