‘ไทย-ภูฏาน’ ประกาศความสำเร็จเปิดเจรจา FTA ช่วยหนุนค้าขายสู่เป้า 120 ล้านเหรียญ ปี 2025

“ไทย-ภูฏาน” ประกาศความสำเร็จเปิดเจรจา FTA ช่วยหนุนค้าขายสู่เป้า 120 ล้านเหรียญ ปี 2025

“นภินทร” เผยผลการหารือกับนายกรัฐมนตรีภูฏาน ยินดีไทย-ภูฏาน ประกาศเปิดเจรจา FTA อย่างเป็นทางการ มั่นใจหนุนเพิ่มการค้าสองฝ่าย เดินสู่เป้าหมาย 120 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2025 พร้อมขอช่วยหนุนนักลงทุนไทย ลงทุนในโครงการ “เกเลฟู มายฟูลเนส ซิตี้” ยันไทยยินดีหนุนนักท่องเที่ยวไปเที่ยวภูฏานเพิ่มขึ้น

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการหารือกับนายเชริง ท็อปเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมาว่า ท่านนายกรัฐมนตรีภูฏานยินดีที่ไทยและภูฏานได้ลงนามในเอกสารขอบเขตสำหรับการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-ภูฏาน และประกาศเปิดการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับภูฏานอย่างเป็นทางการ โดยไทยเห็นว่า ความตกลง FTA ไทย-ภูฏาน จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มพูนปริมาณการค้าระหว่างกัน ลดอุปสรรคกีดกันการค้า เพื่อขยายโอกาสและอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและความตกลง FTA ไทย-ภูฏาน จะมีส่วนขับเคลื่อนการค้าให้บรรลุเป้าหมายที่มูลค่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และพ้องกันให้เร่งรัดสรุปผลการเจรจา FTA ภายในปี 2025

Advertisement

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีแจ้งว่า ชาวภูฏานเห็นว่าสินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และชื่นชอบสินค้าไทย ขณะที่ รมช.แจ้งว่า สินค้าเกษตรภูฏานเป็นสินค้าออร์แกนิคระดับ High End ที่ได้จากธรรมชาติ ยินดีช่วยสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าเกษตรภูฏานในซุปเปอร์มาเก็ตของไทย

ขณะเดียวกัน ได้หารือเกี่ยวกับโครงการก่อสร้าง Gelephu Mindfulness City (เกเลฟู มายฟูลเนส ซิตี้) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของภูฏาน ติดกับประเทศอินเดีย ซึ่งมีแผนเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและเป็นประตูสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูฏาน และมีแผนการก่อสร้างโครงการใหญ่ อาทิ ท่าอากาศยานระหว่างประเทศแห่งใหม่ โรงงานผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เส้นทางคมนาคม และจะเป็นเมืองอัจฉริยะแห่งแรกของภูฏาน โดยไทยเห็นว่า โครงการก่อสร้าง Gelephu Mindfulness City มีจุดเด่นหลายประการที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ อาทิ ที่ตั้งที่เป็นจุดยุทธศาตร์ติดแนวชายแดนอินเดีย และการให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าและรักษาสิ่งแวดล้อม

Advertisement

ทั้งนี้ นายนภินทรได้ขอให้ภูฏานแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์จูงใจ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจและการลงทุนในโครงการดังกล่าว โดยปัจจุบัน ไทยมีนโยบายส่งเสริมนักธุรกิจและนักลงทุนให้เข้าไปประกอบธุรกิจในต่างประเทศ

ซึ่งโครงการดังกล่าวมีความน่าสนใจและภาคธุรกิจไทยมีศักยภาพที่สามารถร่วมเป็นหุ้นส่วนเพื่อพัฒนาโครงการก่อสร้างแห่งนี้

นอกจากนี้ ไทยได้ชื่นชมแนวทางปฏิบัติในการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของภูฏาน ซึ่งทำให้ภูฏานประสบความสำเร็จในการเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย โดยยินดีสนับสนุนการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของภูฏานในไทยให้ด้วย

ปัจจุบันไทยกับภูฏานมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพระราชวงศ์จนถึงประชาชน รวมทั้งมีพระพุทธศาสนาและความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-ภูฏาน ในหลากหลายมิติทั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน การท่องเที่ยว การพัฒนาศักยภาพด้านการเกษตรและหัตถกรรม

โดยภูฏานเห็นว่า ไทยกับภูฏานมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และไทยถือเป็น Gateway ของชาวภูฏาน โดยชาวภูฏานจำนวนมากเดินทางมาเยือนไทยเพื่อเข้ารับบริการทางการแพทย์ ทำธุรกิจ และท่องเที่ยว และสนใจเข้าร่วมงาน Tourism Festival ในไทย เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของภูฏานในไทย และไทยยินดีกับความก้าวหน้าของภูฏานในการก้าวสู่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2566 มั่นใจว่า ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ภูฏานจะบรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2577

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image