หน้าแรก เศรษฐกิจ แบงก์ชาติ ชี้...

แบงก์ชาติ ชี้ หนี้ครัวเรือนสูงแตะ 91% ฉุดศก.ไทยโตไม่เต็มศักยภาพ

18.05.24 | 16:45 น.

แบงก์ชาติ ชี้ หนี้ครัวเรือนสูงแตะ 91% ฉุดศก.ไทยโตไม่เต็มศักยภาพ


นางสาวอรมนต์ จันทพันธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบ บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมหนี้ครัวเรือนของประเทศไทย ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 91% ขยับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2555 ที่อยู่ระดับ 76% โดยหนี้ครัวเรือนที่อยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 80% ซึ่งเป็นระดับที่ประเมินแล้วพบว่า น่าจะเป็นผลดีกับประเทศไทยมากที่สุด หรือระดับที่มีความยั่งยืน ซึ่งหนี้ครัวเรือนที่อยู่สูงถึง 91% ส่งผลให้ประชาชนที่เป็นหนี้ เมื่อมีรายได้เข้ามา แทนที่จะได้นำไปใช้จ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจหมุนต่อไป ต้องนำมาใช้หนี้หมด ทำให้เศรษฐกิจไทยโตได้ไม่เต็มศักยภาพ

รับหนี้นอกระบบแก้ยากสุด
นางสาวอรมนต์กล่าวว่า หนี้ที่มีความน่ากังวลมากที่สุด แบ่งเป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ที่ไม่ก่อรายได้ หนี้เรื้อรัง หรือลูกหนี้สามารถจ่ายได้ต่อเนื่อง แต่ปิดจบหนี้ไม่ได้ รวมถึงหนี้ใหม่ที่หากไม่ติดตามให้เป็นหนี้ชั้นดี สุดท้ายก็อาจกลายเป็นหนี้เสียหรือหนี้เรื้อรังวนมาใหม่ได้ โดยหนี้ที่แก้ไขยากที่สุด เป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งส่วนนี้ ธปท.แก้ไขผ่านการดึงให้เข้ามาอยู่ในระบบให้ได้มากที่สุด โดยมีเครื่องมือเป็นโครงการของธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งจะสามารถช่วยให้ลูกหนี้เงินกู้นอกระบบเข้ามาชำระในระบบผ่านตัวธนาคารได้ แต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ ซึ่งส่วนนี้ ธปท.จะสร้างการรับรู้แก่ประชาชนมากขึ้น

ยันดึงหนี้ครัวเรือนลดได้
นางสาวอรมนต์กล่าวว่า จากข้อมูลสะท้อนพฤติกรรมคนไทย ที่มีเพียง 22.4% อยู่ได้ 6 เดือนขึ้นไป หากขาดรายได้กะทันหัน หรือหมายถึงหากคนไทยขาดรายได้กะทันหัน จะอยู่ได้ไม่ถึง 6 เดือน มีเกือบ 80% ของภาพรวม โดยมีคนไทยเพียง 15.7% ที่วางแผนเกษียณอายุและทำได้ตามแผนที่วางไว้ สะท้อนถึงคนที่มีแผนแต่ทำไม่ได้ตามแผนที่วางไว้มีกว่า 85% จากการประเมินของ ธปท. ยืนยันว่าสามารถทำให้ระดับหนี้ครัวเรือนปรับลดลงมาได้แน่นอน แต่จะลดลงได้ง่ายหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นบางส่วน เพราะบางอย่างก็ปรับลดลงมาได้ง่าย อาทิ ลูกหนี้บางกลุ่มแค่ไม่มีความรู้เพียงพอในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของตัวเอง ซึ่งส่วนนี้ ธปท.มีเครื่องมือจำพวกโครงการต่างๆ ไว้ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มลูกหนี้ที่หลากหลายมากขึ้น

Advertisement

“จากการทำงานค้นพบว่า ลูกหนี้หลายคน บริหารการเงินผิด เป็นเพราะไม่รู้ ไม่เคยได้รับการสอนเกี่ยวกับการเป็นหนี้ที่ดี การใช้เงินหรือบริหารเงินที่ดี โดยประเทศไทยยังสร้างให้คนไทยมีทักษะเรื่องนี้ยังไม่เพียงพอ ส่วนนี้ ธปท.ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการอยู่ ในการปรับหลักสูตรต่างๆ แต่สุดท้ายต้องทำให้หลักสูตรเหล่านี้ไปอยู่ในห้องเรียน ที่สามารถปรับใช้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง อาทิ ลูกหนี้ต้องมีวินัย ต้องดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง สร้างหลักสูตรที่สามารถช่วยกำหนดได้ตั้งแต่เด็กชั้นเรียนเริ่มต้น จะต้องบริหารจัดการเงินได้เท่าใด ทั้งในการใช้จ่ายและการออมไว้ใช้ในอนาคตด้วย ไม่ได้สร้างเฉพาะสื่อการสอนเท่านั้น แต่ต้องสร้างครูที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการสอนเรื่องการบริหารการเงินด้วย” นางสาวอรมนต์กล่าว

แนะลดบุฟเฟต์ใช้จ่ายจำเป็นก่อน
นางสาวอรมนต์กล่าวว่า ธปท.มีบริการให้คำแนะนำ ผ่านหมอหนี้เพื่อประชาชน ที่มีเข้าใจเรื่องสินเชื่อ และการบริหารเงินส่วนบุคคล ประชาชนสามารถโทรเข้ามาขอคำแนะนำได้ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกหนี้ที่เริ่มตึงตัว หมายถึงเริ่มชักหน้าไม่ถึงหลัง ดึงเงินจากส่วนนั้นส่วนนี้มาใช้ไม่ทัน มือแปดด้านแล้ว ทำให้เริ่มไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติแล้ว ซึ่งสิ่งสำคัญคือ ต้องมาพิจารณาตัวเอง ว่าความสามารถในการใช้จ่ายมีอยู่เท่าใด และควรเดินหน้าต่ออย่างไร อาทิ มีเงินเท่านี้ รายได้ไม่เพียงพอในการใช้จ่าย แต่กินบุฟเฟต์ 4 ครั้งต่อเดือน ส่วนนี้ก็อาจต้องปรับลดลง เพื่อนำเงินไปใช้ในส่วนที่จำเป็นที่สุดก่อน