หน้าแรก เศรษฐกิจ แบงก์หนืดกู้ ...

แบงก์หนืดกู้ ฉุดปล่อยสินเชื่อใหม่เฉา ยอดโอน ‘บ้าน-คอนโด’ ร่วงแรงทุกระดับราคา

18.05.24 | 19:35 น.

แบงก์หนืดกู้ ฉุดปล่อยสินเชื่อใหม่เฉา ยอดโอน’บ้าน-คอนโด’ ร่วงแรงทุกระดับราคา

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม นายวิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์(REIC) เปิดเผยว่า สถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศไตรมาสแรกปี 2567 มีจำนวน 72,954 หน่วย ต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาส หรือประมาณ 6 ปี มีการขยายตัวลดลงร้อยละ 13.8 เมื่อเทียบไตรมาส 1 ปี 2566 ที่มี 84,619 หน่วย โดยแนวราบลดลงมากสุดถึงร้อยละ 18.9 และอาคารชุดลดลงร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่มูลค่าการโอนฯ มีจำนวน 208,732 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส มีการขยายตัวลดลงร้อยละ 13.4 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 ที่มีจำนวน 241,167 ล้านบาท โดยแนวราบลดลงมากสุดถึงร้อยละ 14.6 และอาคารชุดลดลงร้อยละ 10.7 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

นายวิชัยกล่าวว่า โดยหน่วยการโอนฯขยายตัวลดลงทุกระดับราคา ลดลงสูงสุดเป็นกลุ่มราคา 5.01- 7.50 ล้านบาทที่ลดลง 20.0 รองลงมาราคา 1.51-2.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19.8 ราคา 3.01-5.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 18.2 และราคา 2.01-3.00 ล้านบาทที่ลดลงร้อยละ 18.0 ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า ตลาดในระดับราคาเกิน 3 ล้านบาทขึ้นไป มีการโอนฯบ้านใหม่ที่มากกว่าบ้านมือสอง ขณะที่ตลาดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท มีการโอนฯที่เป็นบ้านมือสองสูงกว่าบ้านใหม่

นายวิชัยกล่าวว่า ยังพบว่า หน่วยการโอนฯแนวราบก็ลดลงทุกระดับราคา โดยมากสุด เป็นกลุ่มราคา 1.51- 2.00 ล้านบาทลดลงร้อยละ 30.2 รองลงมาราคา 2.01-3.00 ล้านบาทลดลงร้อยละ 26.5 ราคา 3.01-5.00 ล้านบาทลดลงร้อยละ 20.2 ขณะที่หน่วยการโอนฯห้องชุด มีการลดลงมากสุดคือราคา 5.01-7.50 ล้านบาทลดลงร้อยละ 30.3 รองลงมาราคามากกว่า 10.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 26.0 ราคา 7.51-10.00 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 20.9 และราคา 3.01 – 5.00 ลดลงร้อยละ 13.4 แต่ห้องชุดราคาไม่เกิน 3.00 ล้านบาท มีการขยายตัวขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

Advertisement

นายวิชัยกล่าวว่า ส่วนหนึ่งมาจากโครงการอาคารชุดราคาต่ำที่มีการเปิดตัวมากขึ้นในปลายปี 2564 และ 2565 เริ่มทยอยสร้างเสร็จและเริ่มมีการโอนฯ และมีปริมาณการโอนฯจากการซื้อ-ขายห้องชุดมือสองในระดับราคาไม่เกิน 1.00 ล้านบาท และ 1.01-1.50 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 และ 4.9 ตามลำดับ ขณะที่ห้องชุดที่ราคาสูงขึ้นที่มีหน่วยการโอนฯเพิ่มขึ้นในราคา 1.51-2.00 ล้านบาท และ 2.01-3.00 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 และ 9.6 ตามลำดับ เป็นผลมาจากมีการโอนฯห้องชุดใหม่ที่อยู่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และหัวเมืองหลักของภูมิภาคเป็นสำคัญ

“การที่กำลังซื้อของคนที่ต้องการซื้อบ้านลดลง ได้ส่งผลต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง ได้เป็นแรงกดดันให้อุปทานที่อยู่อาศัยชะลอตัวลง เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการระบายสินค้าในโครงการของตนที่ยัง ขายไม่หมด และจังหวะการฟื้นตัวของอุปสงค์ และยังฉุดยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ในไตรมาส 1 ปี 2567 ต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาส มียอดการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่เพียง 121,529 ล้านบาท ลดลงถึงร้อยละ 20.5 ซึ่งน่าจะเป็นผลจากความสามารถในการขอสินเชื่อที่ลดลง และการที่สถาบันการเงินมีเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดมาก” นายวิชัยกล่าว