จ๊อบส์ดีบี ชี้ตลาดแรงงานแข่งขันสูง เอกชนพร้อมจ้างเพิ่มการขยายตัวทางธุรกิจ
นางสาวดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ จ๊อบส์ดีบี บาย ซีค เปิดเผยว่า จากผลสำรวจที่ได้ทำการรวบรวมข้อมูลจาก 685 บริษัท ในหลากหลายอุตสาหกรรมและตำแหน่งงานในประเทศไทย พบว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 บริษัทที่ทำการสำรวจส่วนใหญ่ กว่า 51% ในทุกขนาดมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนพนักงาน แสดงถึงแนวโน้มการจ้างงานในเชิงบวกและการให้ความสำคัญกับการเติบโต โดยขนาดธุรกิจมีบทบาทสำคัญมากที่สุดที่ทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นคือ บริษัทขนาดเล็ก (จำนวนพนักงานไม่เกิน 50 คน) โดย 54% ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนพนักงาน แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในโอกาสการเติบโตและตอบสนองความต้องการบุคลากรที่เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน 59% ของบริษัทขนาดกลาง (จำนวนพนักงาน 51 – 99 คน) แม้ไม่ได้มีแนวโน้มในการเพิ่มจำนวนพนักงาน แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาพนักงานไว้ แสดงถึงแนวโน้มที่จะดำเนินธุรกิจโดยไม่มีการลดขนาดธุรกิจหรือการหยุดชะงักครั้งใหญ่

นางสาวดวงพร กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากตลาดงานในประเทศไทย พนักงานตามสัญญาจ้างและพนักงานชั่วคราว ยังคงมีความสำคัญและเป็นที่ต้องการ แม้หลายบริษัทจะเพิ่มจำนวนพนักงานประจำ แต่ยังรู้สึกว่าพนักงานตามสัญญาจ้างหรือพนักงานชั่วคราวมีความสำคัญต่อธุรกิจ โดยการสำรวจพบว่า อัตราการจ้างพนักงานตามสัญญาจ้างหรือพนักงานชั่วคราว มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญในธุรกิจขนาดเล็ก ในขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ มีการวางแผนลดการจ้างงานลง ซึ่งจำนวนของพนักงานประจำและพนักงานชั่วคราว ถือเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงเพื่อให้ตอบโจทย์กับเป้าหมายทางธุรกิจ
“เหตุผลหลักที่ผู้ประกอบการต้องการจ้างพนักงานตามสัญญา และพนักงานชั่วคราวเพิ่มขึ้น ได้แก่ การขยายธุรกิจ การจัดการจำนวนพนักงานอย่างเหมาะสม และการลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน ทำให้การว่าจ้างพนักงานตามสัญญาจ้างหรือพนักงานชั่วคราว จึงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีอย่างมาก เพื่อให้สามารถแข่งขันในการค้นหาแรงงานในตลาดได้ตรงตามความต้องการ การมองหาคนทำงาน จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกหรือมองหาผู้หางานที่มีทักษะที่เหมาะสมกับเนื้องานมากที่สุด และควรมีการปรับเปลี่ยนวิธีการสรรหาบุคลากร เป็นการค้นหาผู้สมัครแบบเชิงรุกให้มากยิ่งขึ้น” นางสาวดวงพร กล่าว

นางสาวดวงพร กล่าวว่า การติดต่อหาผู้สมัครก่อนคู่แข่งจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยบริษัทได้พัฒนาฟีเจอร์ “Talent Search” เพื่อช่วยในการคัดเลือกผู้สมัครงานที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการได้มากที่สุด ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานง่าย สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น เพื่อการค้นหาผู้สมัครแบบเชิงรุก ช่วยให้สามารถค้นหาผู้สมัครที่มีทักษะเหมาะสมในฐานข้อมูลผู้หางานมากกว่า 40 ล้านคน อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือภาพลักษณ์ขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่การแข่งขัน เพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความสามารถเหมาะสมกับองค์กรที่สุด รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดการจ้างงานเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาแบรนด์ของผู้ประกอบการ บริษัทจึงให้ความช่วยเหลือองค์กรต่างๆ อย่างเต็มที่ด้วยโซลูชั่น “Branded Ad” เพื่อให้ผู้หางานได้เห็นและเข้าชมเว็บไซต์ขององค์กร เพราะนอกเหนือจากผลตอบแทนแล้ว ค่าความสำเร็จทางธุรกิจในด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และความรับผิดชอบทางสิ่งแวดล้อมก็มีความสำคัญเช่นกัน

