นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กำลังเร่งสรุปโครงการบ้านผู้มีรายได้น้อยหรือบ้านประชารัฐให้เร็วที่สุด โดยต้องใช้เวลาในการพิจารณาข้อเสนออย่างรอบคอบเพื่อให้โครงการมีความเป็นไปได้ ทั้งเรื่องราคาบ้านที่มีการเสนอให้ขยายราคาเป็น 1.5 ล้านบาท จากเดิม 7 แสนบาท รวมถึงเรื่องของรายได้ของผู้มีรายได้น้อยที่มีสิทธิ์ซื้อบ้าน กระทรวงฯกำลังพิจารณาขยายขอบเขตให้มากขึ้น จากเดิมกำหนดรายได้ไว้เดือนละ 15,000 บาท
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ได้นำที่ดินราชพัสดุ 6 แห่งที่คัดมาเพื่อสร้างบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยประกาศลงในเว็บไซต์ของกรม เพื่อเชิญชวนภาคเอกชนที่สนใจศึกษาและร่วมออกแบบ วิเคราะห์ต้นทุนและนำเสนอต้นทุนมายังกรมฯ เพื่อจะได้รู้ว่าศักยภาพ ในแต่ละแปลงนั้นควรจะทำเป็นอะไร โดยจะเลือกแบบดีที่สุด เพื่อเปิดประมูล พร้อมเปิดให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่มีแบบอยู่แล้วนำแบบมาปรับปรุงให้เข้ากับพื้นที่ที่กรมได้เสนอไว้
” เบื้องต้นคาดว่าบริเวณณซอยวัดไผ่ตัน พื้นที่กว่า 3 ไร่ น่าจะเกิดได้ก่อน โดยมีแนวคิดที่ทำให้เป็นลักษณะคอนโดชั้นดี จำนวน 500 ห้อง ให้เช่าราคาถูก 2,000-3,000 บาท กลุ่มเป้าหมาย คือข้าราชการ และลูกจ้างหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ แต่มีข้อกำหนดว่าต้องมีรายได้น้อย ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากรายได้เกินกำหนดต้องย้ายออกไป โดยสัญญาเช่าเป็นลักษณะปีต่อปี”นายจักรฤกศฏิ์กล่าวและว่า ส่วนอีก 5 พื้นที่ ประกอบกอบด้วย แถวโรงกษาปณ์เก่า ย่านประดิพัทธ พื้นที่ 2 ไร่ น่าจะสร้างเป็นคอนโดมิเนียม พื้นที่ในเมืองจังหวัดเชียงใหม่ 9 ไร่ น่าจะเป็นคนโดฯหรือห้องแถว ส่วนที่ในชะอำ 2 แปลง เกือบ 90 ไร่ และในจังหวัดเชียงราย 1 แปลง ประมาณ 30 ไร่ น่าจะทำเป็นบ้านเดี่ยว หรือบ้านแถว
” ที่ดินทั้ง 6 แปลงคาดว่าจะก่อสร้างเป็นบ้านและคอนโดฯได้ประมาณ 3,400 ยูนิต หากเป็นคอนโด อพาตเม้นท์ หรือแฟลต กำหนดราคาที่ 5 แสนบาทต่อยูนิต ถ้าเป็นบ้านเดี่ยวราคา 7 แสนบาทต่อยูนิต หากใช้ที่ดินราชพัสดุ สามารถทำได้ในราคาถูกกว่าที่ดินเอกชน เพราะธนารักษ์คิดค่าเช่าในราคาถูกมาก แทบจะไม่มีต้นทุน ” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า
